10 Soft Skills must have in digital age

10 ทักษะ Soft Skills ที่คนทำงานยุคดิจิทัลต้องมีสำหรับโลกอนาคต

เมื่อตอนที่เริ่มทำงานในองค์กร คุณจำเป็นต้องมีทักษะ Hard Skills หรือทักษะในอาชีพนั้น นอกจากนี้ยังใช้เวลาหลายปีฝึกฝนให้เกิดความชำนาญเฉพาะทางรวมถึงอาจเรียนเพิ่มเติมจากมหาวิทยาลัยในขั้นสูงขึ้นไป แต่ลำพังทักษะด้าน Hard Skills อย่างเดียวนั้นดูจะไม่เพียงพอที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในการทำงานในองค์กร สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นและเป็นที่ยอมรับคือ องค์กรส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับผู้ที่มีทักษะการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นหรือ Soft Skills ซึ่งเป็นสกิลการทำงานที่ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัย และเป็นสกิลที่คุณควรจะพัฒนาถ้าต้องการก้าวหน้าในอาชีพ การทำงานร่วมกับผู้อื่นให้เกิดความสำเร็จ และ Soft Skills 10 ข้อต่อไปนี้ เป็นสกิลการทำงานของคนยุคใหม่ที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในอนาคต

10 Soft Skill must have in digital age

10 ทักษะ Soft Skills มีอะไรบ้าง

  1. Communication Skill
  2. Creative thinking
  3. Problem Solving
  4. Teamwork
  5. Time management
  6. Flexibility
  7. Leadership
  8. Positive Attitude
  9. Emotional Intelligence
  10. Critical Thinking
Communication-skill

1.Communication Skill (ทักษะการสื่อสาร)

การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นทักษะที่ต้องใช้ตลอดเวลาเมื่อทำงานในองค์กรย่อมจำเป็นต้องติดต่อกับผู้อื่น เช่น ลูกค้า ซัพพลายเออร์ ผู้ร่วมงาน หัวหน้า ลูกน้อง ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพก็คือทักษะการฟัง ซึ่งเป็นทักษะที่จะทำให้เข้าใจสิ่งที่ผู้พูดต้องการอย่างแท้จริง โดยความสามารถในการฟังเพื่อเข้าใจในสิ่งที่คู่สนทนาพูดเป็นทักษะที่คนส่วนใหญ่มักละเลยไม่ให้ความสำคัญ จากการรีบด่วนสรุป ไม่ตั้งใจฟังจนจบ ไม่เข้าใจวิธีการรับฟังให้ลึกซึ้งถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้พูด จึงเป็นสาเหตุหนึ่งให้เกิดความล้มเหลวในการติดต่อสื่อสาร

ดูคอร์ส Communication Skill

Creative thinking

2.Creative thinking (ความคิดสร้างสรรค์)

ความคิดสร้างสรรค์ เป็นทักษะที่สร้างแนวคิดใหม่ๆ พัฒนาวิธีการใหม่ๆที่ช่วยให้การทำงานดีขึ้น ทางเลือกใหม่ในการแก้ปัญหาได้ดีกว่าเดิม วิธีการที่จะช่วยพัฒนาทักษะนี้คือ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อ่านข่าว อ่านหนังสือ อบรมสัมมนาความรู้ใหม่ๆที่ช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆที่จะช่วยแก้ปัญหาหรือพัฒนาการทำงานของคุณให้ดีขึ้น พูดคุยกับผู้คนต่างๆเพิ่มเกิดไอเดียใหม่ๆ เหล่านี้จะช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของคุณได้

Complex problem solving

3.Complex Problem Solving (ทักษะการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน)

ทักษะการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน จำเป็นต้องอาศัยทักษะหลายๆอย่างประกอบกัน เช่น ความสามารถในการคิดเชิงวิเคราะห์เพื่อให้เข้าใจถึงรากของปัญหา การตั้งคำถาม การหาเหตุผล ประเมินทางเลือกและตัดสินใจ นักแก้ปัญหาที่ดีไม่เพียงแต่หาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังคาดการถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและหาทางป้องกันไว้ล่วงหน้าอีกด้วย

ดูคอร์ส Complex Problem Solving

Teamwork and collaboration

4.Teamwork and Collaboration (การทำงานเป็นทีม)

การทำงานในองค์กรให้เกิดความสำเร็จต้องอาศัยการร่วมมือกันระหว่างหลายๆฝ่าย ทักษะการทำงานเป็นทีมและความร่วมมือกันจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ทั้งภายในทีมและระหว่างแผนกต่างๆในองค์กร

ความสำคัญของการทำงานเป็นทีม

  • การทำงานร่วมกันเป็นการท้าท้ายให้คนในทีมเกิดความคิดใหม่ๆมากกว่าคิดคนเดียว ดังคำกล่าวที่ว่าหลายหัวดีกว่าหัวเดียว
  • ทำให้คนในทีมมองเห็นภาพใหญ่ของปัญหาหรือเป้าหมายที่ต้องการ เนื่องจากแต่ละคนในทีมอาจมีพื้นฐานความรู้ความสามารถแตกต่างกัน การทำงานเป็นทีมจะช่วยทำให้เกิดการแบ่งปันสิ่งที่ต่างคนต่างไม่รู้ เป็นการสอดประสานทำให้มองเห็นภาพใหญ่ของเป้าหมายที่จะมุ่งไป
  • ก่อให้เกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆระหว่างกัน เนื่องจากเป็นการสร้างวัฒนธรรมในการช่วยเหลือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาไปด้วยกัน

ประโยชน์ของการทำงานเป็นทีม

  • เป็นการรวมพลังของความคิดและสามารถเข้าด้วยกัน เป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกในทีมแบ่งปันมุมมองและหาทางออกที่ดีที่สุดในแต่ละปัญหาที่ช่วยกันแก้ไข สิ่งนี้ช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายมากขึ้นโดยใช้เวลาน้อยลงกว่าเดิม
  • ก่อให้เกิดการพัฒนาทักษะของคนในทีม เมื่อทำงานร่วมกัน แชร์แบ่งปันไอเดียร่วมกัน เขาจะเรียนรู้วิธีการใหม่ๆที่ผู้อื่นใช้แก้ปัญหา และเป็นไอเดียในการประยุกต์ใช้กับตัวเองในอนาคต เป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆในการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแต่ละคน
  • แก้ปัญหาได้รวดเร็วขึ้น การทำงานร่วมกันช่วยทำให้แก้ปัญหาที่ซับซ้อน ปัญหาใหญ่ที่ใช้เวลานาน ยากจะแก้ไขโดยลำพัง โดยเกิดการแบ่งปันมุมมอง เกิดทางเลือกหลายๆทางที่แก้ปัญหาได้สำเร็จรวดเร็วขึ้น

ดูคอร์ส Teamwork and Collaboration

Time Management

5.Time management (การบริหารเวลา)

เวลาเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด ดังนั้น การบริหารเวลาอย่างชาญฉลาดจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน คนที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพจะเข้าใจข้อจำกัดของเวลาในงานที่ต้องทำ และสามารถทำงานให้เสร็จลุล่วงภายใต้ข้อจำกัดเหล่านั้น รู้จักจัดลำดับความสำคัญของงาน สามารถวิเคราะห์ว่างานใดที่จะต้องเอาใจใส่เป็นอันดับต้นๆแต่ปัญหาที่พบเห็นคือ บางคนในองค์กรที่ทำงานเสร็จไม่ทันกำหนดเส้นตายบ่อยๆ ประเมินระยะเวลาที่จะทำงานให้เสร็จผิดพลาด หรือไม่ใส่ใจต่อการบริหารเวลา มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง ย่อมส่งผลเสียหายอย่างมากต่อทีมหรือองค์กร

Flexibility and Adaptability

6.Flexibility or Adaptability (ความสามารถในการปรับตัวและความยืดหยุ่น)

เป็นทักษะหรือความสามารถที่คนจะปรับเปลี่ยนการกระทำ วิธีการที่จะทำสิ่งต่างๆให้เหมาะสมกับสถานการณ์ใหม่ๆที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นทักษะที่เป็นประโยชน์ในการทำงาน เช่น เมื่อโครงการที่ตั้งไว้ไม่สามารถทำตามกำหนดเส้นตายหรือสภาวะแวดล้อมเงื่อนไขเปลี่ยนแปลงไป ผู้ทำงานจำเป็นต้องแก้ไขวิธีการหรือหาทางใหม่ๆเพื่อจัดการให้ได้ หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ที่มีผลกระทบใหญ่ๆกับองค์กรเช่น เช่นเกิดการควบรวมกิจการ ผู้ที่ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับระบบใหม่ย่อมมีโอกาสเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานมากกว่า

หากคุณอยากเป็นผู้ที่ทักษะการปรับตัวได้ดี ต่อไปนี้เป็นเทคนิคที่คุณจะนำไปพัฒนาตัวเองได้

  • หมั่นสังเกตสิ่งต่างๆที่เปลี่ยนแปลงรอบตัว เช่น แนวโน้มตลาด การเปลี่ยนแปลงของคู่แข่ง ความพึงพอใจของลูกค้า เทคโนโลยีใหม่ๆที่ส่งผลกระทบกับงานที่ทำ
  • เต็มใจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่เพื่อปรับตัวเองให้ทันเหตุการณ์อยู่เสมอ เหล่านี้ก็จะช่วยให้คุณพัฒนาทักษะในการปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ได้
Leadership Skill

7.Leadership (ภาวะผู้นำ)

ภาวะผู้นำ : การเป็นผู้นำที่ดีต้องสามารถสื่อสารกับผู้ตามให้มองเห็นเป้าหมายเดียวกันและนำพาไปสู่เป้าหมายได้ มีความรับผิดชอบสูง สามารถเป็นทั้งผู้สอนและพี่เลี้ยง สร้างแรงจูงใจให้ทุกคนเกิดความร่วมมือกัน ทำงานเป็นทีม มีวิสัยทัศน์กว้างไกล รักการเรียนรู้ เปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น มีความยุติธรรมไม่เอนเอียงไปทางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สร้างความไว้วางใจให้กับผู้ตามเกิดความเชื่อถือ กล้าทำให้สิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม รับความกดดันได้ดี มีสติ ควบคุมอารมณ์ได้ดี มีความสามารถบริหารคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดูคอร์ส Leadership

Positive Attitude

8.Positive Attitude (ทัศนคติเชิงบวก)

ทัศนคติเชิงบวก : ทัศนคติของคนเป็นเหมือนพลังขับเคลื่อนชีวิตของคนๆนั้น คนที่มีทัศนคติในแง่บวกกับเรื่องชีวิตหรือการทำงานก็จะนำพาไปสู่ทิศทางในแง่บวก
แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางอุปสรรค ปัญหาในชีวิตที่ต้องเจอ การรักษาทัศนคติในแง่บวกจะช่วยเพิ่มพลังให้กับตัวเราและคนรอบข้าง

ประโยชน์ของการมองโลกในแง่บวก คือ

  • ลดความเครียด
  • บริหารจัดการเรื่องต่างๆได้ดีขึ้น

เทคนิคดีๆที่ช่วยพัฒนาทัศนคติเชิงบวก

  • ปรับมุมมองในแง่บวกกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้น กับเหตุการณ์หรืออุปสรรคในชีวิต เช่น หากมีแผนที่ไปเที่ยวแล้วโครงการถูกล้มเลิก แง่มุมบวกอีกด้านคือคุณก็จะมีเวลาเหลือมากขึ้นที่จะไปทำกิจกรรมอื่นๆที่ต้องการได้ หรือถ้าเป็นเรื่องการทำงาน เปลี่ยนการเน้นสิ่งที่ทำผิดพลาดเป็นการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆจากความผิดพลาดเพื่อที่ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก
  • ฝึกฝนที่จะใช้คำพูดเชิงบวก ฝึกพูดกับตัวเองในแง่บวกทุกวันจะช่วยเปลี่ยนทัศนคติของคุณได้
  • จดบันทึกเรื่องราวดีๆในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายเล็กๆที่ทำได้สำเร็จแต่ละวัน ย่อมสร้างพลังบวกให้กับตัวเอง
  • หาเพื่อนที่มีทัศนคติเชิงบวก เมื่อคุณแวดล้อมด้วยเพื่อนที่มีทัศนคติเชิงบวก คุณก็จะได้ยินได้ฟังแต่เรื่องที่มีทัศนคติเชิงบวก คำพูดเชิงบวกจะฝังเข้าไปในจิตใต้สำนึกเป็นการเติมพลังให้กับชีวิตคุณ
  • มองวันใหม่เป็นโอกาสใหม่ๆที่คุณจะทำสิ่งต่างๆให้ดีขึ้น การเริ่มต้นวันใหม่หมายถึงโอกาสที่จะได้ทำสิ่งใหม่ๆที่มีคุณค่าให้กับตัวเอง เรียนรู้และพัฒนาให้ดีขึ้น
Emotional intelligent

9.Emotional Intelligence (ความฉลาดทางอารมณ์)

EQ-ความฉลาดทางอารมณ์ คือ ความสามารถในการรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเอง รวมทั้งของผู้อื่น ทำให้สามารถแสดงออกได้อย่างเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ จัดเป็นทักษะที่สำคัญอย่างมากต่อการทำงาน เพราะการทำงานในองค์กรล้วนต้องอาศัยการติดต่อประสานงานกับผู้คนจำนวนมาก

Critical Thinking

10.Critical Thinking (การคิดเชิงวิพากษ์)

การคิดเชิงวิพากษ์ คือทักษะการคิดเพื่อตัดสินเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องเห็นคล้อยตามข้อมูลที่นำเสนอ สามารถโต้แย้งข้ออ้างนั้นเพื่อนำไปสู่การแสวงหาคำตอบที่เหมาะสมกว่าเดิมได้

ประโยชน์ของการคิดเชิงวิพากษ์

  • ช่วยให้เกิดการสังเกต ไม่รีบด่วนสรุปต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รู้จักตั้งคำถามต่อสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผล ไม่ถูกหลอกง่ายๆ
  • ช่วยให้ตัดสินเหตุการณ์ต่างๆด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่อารมณ์ความรู้สึก หรือความเชื่อที่มีต่อๆกันมา
  • ช่วยให้คิดถี่ถ้วน รอบคอบ
  • ช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิดในสิ่งใหม่ๆที่แตกต่างจากเดิม

บทสรุป

Soft Skills ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น รวมถึงการปฏิสัมพันธ์กับหัวหน้า ผู้ร่วมงาน ลูกค้า อย่างราบรื่น บางอาชีพยิ่งต้องการทักษะนี้เป็นพิเศษ เช่น อาชีพหมอจำเป็นต้องมีทักษะการสื่อสารที่ดีกับผู้ป่วย (good communication skill) เพื่อให้เข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของผู้ป่วย และเกิดความเข้าใจที่ตรงกันรู้ถึงจุดประสงค์ของกันและกันและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่างๆ
สิ่งหนึ่งที่ควรรู้คือ Soft Skill เป็นทักษะที่ติดตัวไปแม้จะเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่น ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่จะอยู่ในตัวคุณแม้ว่าจะประกอบอาชีพใดก็ตาม หลายครั้งในการสมัครงาน ถ้าได้สังเกตประกาศสมัครงาน (job description) จะเห็นคุณสมบัติความรู้ด้านสาขาอาชีพที่นายจ้างต้องการ แต่จะมีคุณสมบัติอื่นๆอีกเช่น excellent communication skill, strong organizational skill, team player, strong listening ability เหล่านี้ นั่นหมายความวว่า แม้ว่าทักษะทางเทคนิค (technical skill) เป็นสิ่งที่ต้องการ แต่นายจ้างก็ต้องการทักษะ Soft skill อื่นๆด้วยเพื่อที่จะมั่นใจว่าคุณสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีในองค์กร

ประชาสัมพันธ์
สำหรับท่านใดที่สนใจพัฒนา Soft Skills สามารถดูคอร์ส Soft Skills ได้ที่นี่

บทความที่น่าสนใจ

Advance-Mind-Map-for-SWOT-and-SOAR-Analysis

Advance Mind Map® for Systematic Thinking x SWOT Analysis x SOAR Analysis (Setting Aspirational Goal) for Leader & Head Team

การประยุกต์ใช้ Mind Map เพื่อเพิ่มศักยภาพการคิดวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ รวมถึงการตั้งเป้าหมายทรงพลังที่สร้างแรงบันดาลใจ
ที่จะช่วยส่งผลให้ทั้งทีมเห็นภาพเดียวกัน เกิดแผนการลงมือทำอย่างชัดเจนและระบบ

หลักสูตร Mind Map for Systematic Thinking โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ รุ่นที่ 2

เสริมสร้างการคิดเป็นระบบให้บุคลากรทางการแพทย์ด้วยเครื่องมือการคิดที่มีประสิทธิภาพที่สุดอย่าง Mind Map ดึงศักยภาพการใช้สมองทั้งสองซีก ร่วมสร้างสรรค์ตลอดคลาส

หลักสูตรอบรมภาวะผู้นำ Effective Collaboration Leadership MBK Group p1

หลักสูตรอบรมภาวะผู้นำ Effective Collaboration Leadership MBK Group

หลักสูตรพัฒนาผู้นำ ออกแบบเฉพาะสำหรับกลุ่ม High Potential Leader “MBK Group” ให้ผู้นำมีความสามารถด้าน Soft Skills เพื่อสร้างความร่วมมือให้ทีมในการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

หลักสูตร Mind Map for Systematic Thinking โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ p1

หลักสูตร Mind Map for Systematic Thinking โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์

ขอขอบคุณ ผู้บริหารโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ ที่ให้ความไว้วางใจ ขอบคุณ คุณโรสสำหรับการ Support ที่ดีมากตลอดคลาสนะครับ ขอบคุณ ผู้เข้าอบรมทุกท่านที่เปิดใจและสนุกสนานกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ขอให้มีความสุข สนุก สร้างสรรค์กับการใช้ Mind Map ครับ

Scroll Up