10 ทักษะที่จำเป็นในการทำงานยุคดิจิทัล
  • Homepage
  • >
  • Soft Skill
  • >
  • 10 ทักษะที่จำเป็นในการทำงานยุคดิจิทัล

10 ทักษะที่จำเป็นในการทำงานยุคดิจิทัล

เมื่อตอนที่เริ่มทำงานในองค์กร คุณจำเป็นต้องมีทักษะ Hard Skills หรือทักษะทางอาชีพในงานนั้น และยังใช้เวลาหลายปีฝึกฝนให้เกิดความชำนาญเฉพาะทางรวมถึงอาจเรียนเพิ่มเติมจากมหาวิทยาลัยในขั้นสูงขึ้นไป

แต่ลำพังทักษะด้าน Hard Skills อย่างเดียวนั้นดูจะไม่เพียงพอที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในการทำงานกับองค์กร สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นและเป็นที่ยอมรับคือ องค์กรส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับผู้ที่มีทักษะการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นหรือ Soft Skills ซึ่งเป็นทักษะที่ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัย ถ้าต้องการก้าวหน้าในอาชีพ ดังนั้น Soft Skills เป็นทักษะที่จําเป็นในอนาคต ซึ่งส่งผลต่อความก้าวหน้า เป็นส่วนช่วยให้ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ราบรื่น และประสบความสำเร็จ


10 ทักษะที่จำเป็นในการทำงานยุคดิจิทัล มีอะไรบ้าง (เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน)


1.Communication Skill (ทักษะการสื่อสาร)

การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นทักษะที่ต้องใช้ตลอดเวลาเมื่อทำงานในองค์กรย่อมจำเป็นต้องติดต่อกับผู้อื่น เช่น ลูกค้า ซัพพลายเออร์ ผู้ร่วมงาน หัวหน้า ลูกน้อง

ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพก็คือทักษะการฟัง ซึ่งเป็นทักษะที่จะทำให้เข้าใจสิ่งที่ผู้พูดต้องการอย่างแท้จริง โดยความสามารถในการฟังเพื่อเข้าใจในสิ่งที่คู่สนทนาพูดเป็นทักษะที่คนส่วนใหญ่มักละเลยไม่ให้ความสำคัญ จากการรีบด่วนสรุป ไม่ตั้งใจฟังจนจบ ไม่เข้าใจวิธีการรับฟังให้ลึกซึ้งถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้พูด จึงเป็นสาเหตุหนึ่งให้เกิดความล้มเหลวในการติดต่อสื่อสาร


2.Creative thinking (ความคิดสร้างสรรค์)

ความคิดสร้างสรรค์ : เป็นทักษะที่สร้างแนวคิดใหม่ๆ พัฒนาวิธีการใหม่ๆที่ช่วยให้การทำงานดีขึ้น ทางเลือกใหม่ในการแก้ปัญหาได้ดีกว่าเดิม

วิธีการที่จะช่วยพัฒนาทักษะนี้คือ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อ่านข่าว อ่านหนังสือ อบรมสัมมนาความรู้ใหม่ๆที่ช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆที่จะช่วยแก้ปัญหาหรือพัฒนาการทำงานของคุณให้ดีขึ้น พูดคุยกับผู้คนต่างๆเพิ่มเกิดไอเดียใหม่ๆ เหล่านี้จะช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของคุณได้


3.Complex Problem Solving (ทักษะการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน)

ทักษะการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน จำเป็นต้องอาศัยทักษะหลายๆอย่างประกอบกัน เช่น ความสามารถในการคิดเชิงวิเคราะห์เพื่อให้เข้าใจถึงรากของปัญหา การตั้งคำถาม การหาเหตุผล ประเมินทางเลือกและตัดสินใจ

นักแก้ปัญหาที่ดีไม่เพียงแต่หาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังคาดการถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและหาทางป้องกันไว้ล่วงหน้าอีกด้วย


4.Teamwork and Collaboration (การทำงานเป็นทีม)

การทำงานในองค์กรให้เกิดความสำเร็จต้องอาศัยการร่วมมือกันระหว่างหลายๆฝ่าย ทักษะการทำงานเป็นทีม (Teamwork) และความร่วมมือกัน (Collaboration) จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ทั้งภายในทีมและระหว่างแผนกต่างๆในองค์กร

ความสำคัญของการทำงานเป็นทีม
  • การทำงานร่วมกันเป็นการท้าท้ายให้คนในทีมเกิดความคิดใหม่ๆมากกว่าคิดคนเดียว ดังคำกล่าวที่ว่าหลายหัวดีกว่าหัวเดียว

  • ทำให้คนในทีมมองเห็นภาพใหญ่ของปัญหาหรือเป้าหมายที่ต้องการ เนื่องจากแต่ละคนในทีมอาจมีพื้นฐานความรู้ความสามารถแตกต่างกัน การทำงานเป็นทีมจะช่วยทำให้เกิดการแบ่งปันสิ่งที่ต่างคนต่างไม่รู้ เป็นการสอดประสานทำให้มองเห็นภาพใหญ่ของเป้าหมายที่จะมุ่งไป

  • ก่อให้เกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆระหว่างกัน เนื่องจากเป็นการสร้างวัฒนธรรมในการช่วยเหลือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาไปด้วยกัน

ประโยชน์ของการทำงานเป็นทีม

  • เป็นการรวมพลังของความคิดและสามารถเข้าด้วยกัน เป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกในทีมแบ่งปันมุมมองและหาทางออกที่ดีที่สุดในแต่ละปัญหาที่ช่วยกันแก้ไข สิ่งนี้ช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายมากขึ้นโดยใช้เวลาน้อยลงกว่าเดิม

  • ก่อให้เกิดการพัฒนาทักษะของคนในทีม เมื่อทำงานร่วมกัน แชร์แบ่งปันไอเดียร่วมกัน เขาจะเรียนรู้วิธีการใหม่ๆที่ผู้อื่นใช้แก้ปัญหา และเป็นไอเดียในการประยุกต์ใช้กับตัวเองในอนาคต เป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆในการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแต่ละคน

  • แก้ปัญหาได้รวดเร็วขึ้น การทำงานร่วมกันช่วยทำให้แก้ปัญหาที่ซับซ้อน ปัญหาใหญ่ที่ใช้เวลานาน ยากจะแก้ไขโดยลำพัง โดยเกิดการแบ่งปันมุมมอง เกิดทางเลือกหลายๆทางที่แก้ปัญหาได้สำเร็จรวดเร็วขึ้น

5.Time management (การบริหารเวลา)

เวลาเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด ดังนั้น การบริหารเวลาอย่างชาญฉลาดจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน คนที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพจะเข้าใจข้อจำกัดของเวลาในงานที่ต้องทำ และสามารถทำงานให้เสร็จลุล่วงภายใต้ข้อจำกัดเหล่านั้น รู้จักจัดลำดับความสำคัญของงาน สามารถวิเคราะห์ว่างานใดที่จะต้องเอาใจใส่เป็นอันดับต้นๆ

แต่ปัญหาที่พบเห็นคือ บางคนในองค์กรที่ทำงานเสร็จไม่ทันกำหนดเส้นตายบ่อยๆ ประเมินระยะเวลาที่จะทำงานให้เสร็จผิดพลาด หรือไม่ใส่ใจต่อการบริหารเวลา มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง ย่อมส่งผลเสียหายอย่างมากต่อทีมหรือองค์กร


6.Flexibility and Adaptability (ความสามารถในการปรับตัวและความยืดหยุ่น)

flexibility and adaptability คือ ทักษะหรือความสามารถที่คนจะปรับเปลี่ยนการกระทำ วิธีการที่จะทำสิ่งต่างๆให้เหมาะสมกับสถานการณ์ใหม่ๆที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นทักษะที่เป็นประโยชน์ในการทำงาน เช่น เมื่อโครงการที่ตั้งไว้ไม่สามารถทำตามกำหนดเส้นตายหรือสภาวะแวดล้อมเงื่อนไขเปลี่ยนแปลงไป ผู้ทำงานจำเป็นต้องแก้ไขวิธีการหรือหาทางใหม่ๆเพื่อจัดการให้ได้

หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ที่มีผลกระทบใหญ่ๆกับองค์กรเช่น เช่นเกิดการควบรวมกิจการ ผู้ที่ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับระบบใหม่ย่อมมีโอกาสเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานมากกว่า

หากคุณอยากเป็นผู้ที่มีทักษะการปรับตัวได้ดี ต่อไปนี้เป็นเทคนิคที่คุณจะนำไปพัฒนาตัวเองได้
  • หมั่นสังเกตสิ่งต่างๆที่เปลี่ยนแปลงรอบตัว เช่น แนวโน้มตลาด การเปลี่ยนแปลงของคู่แข่ง ความพึงพอใจของลูกค้า เทคโนโลยีใหม่ๆที่ส่งผลกระทบกับงานที่ทำ

  • เต็มใจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่เพื่อปรับตัวเองให้ทันเหตุการณ์อยู่เสมอ เหล่านี้ก็จะช่วยให้คุณพัฒนาทักษะในการปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ได้

7.Leadership (ภาวะผู้นำ)

ภาวะผู้นำ : การเป็นผู้นำที่ดีต้องสามารถสื่อสารกับผู้ตามให้มองเห็นเป้าหมายเดียวกันและนำพาไปสู่เป้าหมายได้ มีความรับผิดชอบสูง สามารถเป็นทั้งผู้สอนและพี่เลี้ยง

สร้างแรงจูงใจให้ทุกคนเกิดความร่วมมือกัน ทำงานเป็นทีม มีวิสัยทัศน์กว้างไกล รักการเรียนรู้ เปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น มีความยุติธรรมไม่เอนเอียงไปทางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

สามารถสร้างความไว้วางใจให้กับผู้ตามเกิดความเชื่อถือ กล้าทำให้สิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม รับความกดดันได้ดี มีสติ ควบคุมอารมณ์ได้ดี มีความสามารถบริหารคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็น Soft Skill สำหรับผู้บริหารจำเป็นต้องมี


8.Positive Attitude (ทัศนคติเชิงบวก)

ทัศนคติเชิงบวก : ทัศนคติของคนเป็นเหมือนพลังขับเคลื่อนชีวิตของคนๆนั้น คนที่มีทัศนคติในแง่บวกกับเรื่องชีวิตหรือการทำงานก็จะนำพาไปสู่ทิศทางในแง่บวก แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางอุปสรรค ปัญหาในชีวิตที่ต้องเจอ การรักษาทัศนคติในแง่บวกจะช่วยเพิ่มพลังให้กับตัวเราและคนรอบข้าง

ประโยชน์ของการมองโลกในแง่บวก คือ
  • ลดความเครียด

  • บริหารจัดการเรื่องต่างๆได้ดีขึ้น
เทคนิคดีๆที่ช่วยพัฒนาทัศนคติเชิงบวก
  • ปรับมุมมองในแง่บวกกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้น กับเหตุการณ์หรืออุปสรรคในชีวิต เช่น หากมีแผนที่ไปเที่ยวแล้วโครงการถูกล้มเลิก แง่มุมบวกอีกด้านคือคุณก็จะมีเวลาเหลือมากขึ้นที่จะไปทำกิจกรรมอื่นๆที่ต้องการได้ หรือถ้าเป็นเรื่องการทำงาน เปลี่ยนการเน้นสิ่งที่ทำผิดพลาดเป็นการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆจากความผิดพลาดเพื่อที่ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก

  • ฝึกฝนที่จะใช้คำพูดเชิงบวก ฝึกพูดกับตัวเองในแง่บวกทุกวันจะช่วยเปลี่ยนทัศนคติของคุณได้

  • จดบันทึกเรื่องราวดีๆในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายเล็กๆที่ทำได้สำเร็จแต่ละวัน ย่อมสร้างพลังบวกให้กับตัวเอง

  • หาเพื่อนที่มีทัศนคติเชิงบวก เมื่อคุณแวดล้อมด้วยเพื่อนที่มีทัศนคติเชิงบวก คุณก็จะได้ยินได้ฟังแต่เรื่องที่มีทัศนคติเชิงบวก คำพูดเชิงบวกจะฝังเข้าไปในจิตใต้สำนึกเป็นการเติมพลังให้กับชีวิตคุณ

  • มองวันใหม่เป็นโอกาสใหม่ๆที่คุณจะทำสิ่งต่างๆให้ดีขึ้น การเริ่มต้นวันใหม่หมายถึงโอกาสที่จะได้ทำสิ่งใหม่ๆที่มีคุณค่าให้กับตัวเอง เรียนรู้และพัฒนาให้ดีขึ้น

9.Emotional Intelligence (ความฉลาดทางอารมณ์)

EQ-ความฉลาดทางอารมณ์ คือ ความสามารถในการรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเอง รวมทั้งของผู้อื่น ทำให้สามารถแสดงออกได้อย่างเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ จัดเป็นทักษะที่สำคัญอย่างมากต่อการทำงาน เพราะการทำงานในองค์กรล้วนต้องอาศัยการติดต่อประสานงานกับผู้คนจำนวนมาก


10.Critical Thinking (การคิดเชิงวิพากษ์)

การคิดเชิงวิพากษ์ คือ ทักษะการคิดเพื่อตัดสินเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องเห็นคล้อยตามข้อมูลที่นำเสนอ สามารถโต้แย้งข้ออ้างนั้นเพื่อนำไปสู่การแสวงหาคำตอบที่เหมาะสมกว่าเดิมได้

ประโยชน์ของการคิดเชิงวิพากษ์
  • ช่วยให้เกิดการสังเกต ไม่รีบด่วนสรุปต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รู้จักตั้งคำถามต่อสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผล ไม่ถูกหลอกง่ายๆ

  • ช่วยให้ตัดสินเหตุการณ์ต่างๆด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่อารมณ์ความรู้สึก หรือความเชื่อที่มีต่อๆกันมา

  • ช่วยให้คิดถี่ถ้วน รอบคอบ

  • ช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิดในสิ่งใหม่ๆที่แตกต่างจากเดิม

สรุป

10 ทักษะที่จำเป็นในการทำงานยุคดิจิทัล เป็นทักษะที่ช่วยในการทํางานให้มีประสิทธิภาพขึ้น รวมถึงการปฏิสัมพันธ์กับหัวหน้า ผู้ร่วมงาน ลูกค้า อย่างราบรื่น บางอาชีพยิ่งต้องการทักษะนี้เป็นพิเศษ เช่น อาชีพหมอจำเป็นต้องมีทักษะการสื่อสารที่ดีกับผู้ป่วย (good communication skill) เพื่อให้เข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของผู้ป่วย และเกิดความเข้าใจที่ตรงกันรู้ถึงจุดประสงค์ของกันและกันและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่างๆ

สิ่งหนึ่งที่ควรรู้คือ Soft Skill เป็นทักษะที่ติดตัวไปแม้จะเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่น ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่จะอยู่ในตัวคุณแม้ว่าจะประกอบอาชีพใดก็ตาม

หลายครั้งในการสมัครงาน ถ้าได้สังเกตประกาศสมัครงาน (job description) จะเห็นคุณสมบัติความรู้ด้านสาขาอาชีพที่นายจ้างต้องการ แต่จะมีคุณสมบัติอื่นๆอีกเช่น excellent communication skill, strong organizational skill, team player, strong listening ability เหล่านี้ นั่นหมายความวว่า แม้ว่าทักษะทางวิชาชีพ (Hard Skill) เป็นสิ่งที่ต้องการ แต่นายจ้างก็ต้องการทักษะ Soft Skill ด้วยเพื่อที่จะมั่นใจว่าคุณสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีในองค์กร

บทความเพิ่มเติม :
The Importance of Soft Skills in the Digital Age

ท่านใดที่สนใจพัฒนา Soft Skills สามารถดูข้อมูลหลักสูตรได้ที่นี่

ประชาสัมพันธ์ :

หลักสูตร Mind Map สำหรับคนทั่วไป (Public Course)

ขอเชิญท่านมาเรียนรู้ Visual Thinking Tool ในการจัดระบบความคิด รวมรวมข้อมูล เชื่อมโยงประเด็นสำคัญที่ทรงพลังอย่าง Mind Map เครื่องมือที่ช่วยให้คุณ “เห็นความคิด” และ “คิดความเห็น” อย่างเป็นระบบ

วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563
พิเศษ! + Virtual Follow Up Session 2 ครั้ง
เวลา 9.00 – 16.30 น.
สถานที่อบรม : 3 ½ AWARENESS STATION (ติดสถานี MRT ท่าพระ – ทางออก 2A)

นำกระบวนการเรียนรู้โดย
อ.ริว อชิระวิชญ์ ภักดิ์โชติพงศ์
Certified MIND MAP Trainer, (ThinkBuzan Licensed Instructor, ประเทศอังกฤษ) พื้นฐานจนถึงขั้นประยุกต์ใช้กับธุรกิจ ประสบการณ์การสอนกว่า 10 ปี มากกว่า 1,000 Workshop ได้รับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่องทั้งจากองค์กรภาครัฐและเอกชน , Certified Action Learning Coach และ Soft Skills Trainer & Facilitator

หลักสูตรนี้เหมาะกับใคร
สำหรับ ผู้บริหาร พนักงาน และบุคคลทั่วไปที่สนใจเรียนรู้และฝึกฝนเทคนิควิธีในการจัดระบบความคิดให้มีประสิทธิภาพ ผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับนำเสนอไอเดีย และต้องการพัฒนาการสื่อสาร ความคิดให้สั้น กระชับ ตรงประเด็นมากขึ้น

สิ่งที่จะได้เรียนรู้ในหลักสูตร 1 วัน + ( 2 Virtual Follow Up Session)

  • กฏของ MindMap หลักการคิดและเขียนMINDMAPที่ถูกต้อง
    ตามต้นฉบับและการทำงานตามธรรมชาติของสมอง
  • หลักการ 5 ส พื้นฐานที่จำเป็นในการจัดระบบความคิดและจดบันทึกด้วย MINDMAPแบบมืออาชีพ
  • วิธีการจัดลำดับความสำคัญของความคิดและชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ
  • Visual Thinking Tips เทคนิคการฝึกคิดและจดบันทึกเป็นภาพ
  • Brainstorming หลักการระดมความคิดที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูง

Workshop

  • ฝึกคิดเป็นภาพ ฝึกความคุ้นเคยการใช้สมองทั้งสองซีก Visual Thinking
  • ฝึกคิด ฝึกเรียบเรียงความคิดและชีวิตให้เป็นระบบด้วยการ MINDMAP
  • ฝึกกระตุ้นพลังความคิดและจับประเด็นอย่างรวดเร็ว ด้วย Speed MINDMAP
  • ฝึกฝนการคิด วางแผน นำเสนอด้วยMINDMAP ร่วมกันแบบทีม Brainstorming

การประยุกต์ใช้

  • แนะนำการประยุกต์ใช้ Mind Map ในรูปแบบที่ได้รับความนิยม
    เช่น การวางแผน ตัดสินใจ การนำเสนอ จับประเด็นสำคัญ การประชุม หาSolutionใหม่ในการแก้ปัญหา สรุปหนังสือบทเรียน และอื่นๆ อีกมากมาย เป็นต้น
  • วิธีการปรับปรุงพัฒนาการคิดและการเขียน MINDMAP ด้วยตนเอง

สนใจสมัครที่นี่
https://forms.gle/ESy8xSBh8dDGgKBC9

ค่าสมัครเพียง 4,500 บาทต่อท่าน
ราคานี้รวมอุปกรณ์การเรียน สมุดแบบฝึกหัด สี โปสเตอร์ และของว่าง เรียบร้อยแล้ว (ไม่มีอาหารกลางวัน)

โอนชำระค่าสมัครได้ที่เลขที่บัญชี 

ธ.ไทยพาณิชย์ สาขา อ้อมใหญ่
ชื่อบัญชี : อชิระวิชญ์ ภักดิ์โชติพงศ์
3214289779

สนใจติดต่อ FB : อ.ริว อชิระวิชญ์ Ryu Mind Map
Line OA : @palagrit

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : 082 245 9624 (จ๋า) I Email : Contact@palagrit.com
https://www.facebook.com/ryumindmap/
Facebook : Archirawish Ryu
contact@palagrit.com Line OA : @palagrit

ติดตามข่าวสารกิจกรรมที่นี้ Fb : https://www.facebook.com/Awarenessstation