EQ กับ IQ

EQ กับ IQ ต่างกันอย่างไร? อะไรสำคัญกว่ากัน

ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Quotient) หรือ EQ คือ ภาวะการรู้จักควบคุมอารมณ์ตนเอง  และการรู้จักที่จะควบคุมอารมณ์ของคนอื่นให้ได้ผลดี 

ความฉลาดทางอารมณ์หรืออีคิว เป็นเรื่องที่นักจิตวิทยาได้บอกไว้ว่า  มีผลต่อความสำเร็จของคนมากกว่าสติปัญญาหรือว่าไอคิวอีก  เพราะมันมีผลต่อพฤติกรรมของคน  มีผลต่อการเข้าสังคมของคน  มีผลต่อการตัดสินใจและการเรียนรู้ของคนเป็นอย่างมาก   และช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้มากกว่าเรื่องของสติปัญญา


EQ คืออะไร?

eq คืออะไร

EQ หรืออีคิว คือ ความฉลาดทางอารมณ์ ที่จะช่วยให้คนเรารู้จักและเข้าใจอารมณ์ทั้งของตนเองและผู้อื่น  รู้จักปรับใจและปฏิบัติในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสมและมีความสุข

EQ ไม่สามารถวัดออกมาเป็นคะแนน เป็นแค่การประเมินเพื่อให้ผู้วัดมองเห็นความบกพร่องของความสามารถด้านอารมณ์ที่ต้องพัฒนาแก้ไขเท่านั้น

Emotional Quotient (EQ) มีที่มาจาก Danial Goldman ซึ่งเป็นนักจิตวิทยา ที่ Harvard ได้เสนอแนวคิดของเขาว่า EQ เป็นความสามารถในการจัดการกับอารมณ์ของตนให้แสดงออกมาอย่างเหมาะสม

คนที่ควบคุมอารมณ์ของตนได้ดี ถือเป็นผู้มีอีคิวสูง ถ้าคนไหนทำได้ไม่ดี อารมณ์เสีย ขาดการควบคุมก็ถือว่ามีอีคิวต่ำ

บรรดาผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญ บอกไว้ว่าความฉลาดทางอารมณ์สามารถที่จะทำนายผลการปฏิบัติงานของบุคคลได้ 58%  แปลว่าถ้าคนที่มีความฉลาดทางอารมณ์ที่ดี   โอกาสที่เขาจะสร้างผลงานที่ดีออกมาก็มีสูง

ในขณะเดียวกันถ้าคนที่มีความฉลาดทางอารมณ์ต่ำ   เป็นคนที่โกรธง่ายหายเร็ว  เป็นคนที่ไม่รู้จักควบคุมตนเอง  ไม่ดูกาละเทศะ  โอกาสที่ผลงานของเขาจะออกมาได้ดีก็จะน้อยลงไป 

เรียกว่ามันมีอิทธิพลโดยตรงต่อกัน  คือถ้าอีคิวดีผลงานก็ดี   ถ้าอีคิวไม่ดี อีคิวแย่  ผลงานมันก็แย่ตามไปด้วย

บางทีเราก็เรียกความฉลาดทางอารมณ์ว่า  การควบคุมอารมณ์  การรู้จักการอารมณ์ของตนเอง  เพราะความฉลาดทางอารมณ์อาจเป็นคำที่อธิบายยาก  

ดังนั้นหากใช้คำว่าการรู้จักควบคุมอารมณ์  การรู้จักจัดการอารมณ์ของตัวเองก็น่าจะเข้าใจได้ง่ายขึ้น   ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญหลายๆท่านก็เลยใช้คำว่า Emotional Control มาแทนคำว่า Emotional Quotient หรือมาแทนคำว่าอีคิวนั่นเอง


IQ คืออะไร?

Intelligence Quotient หรือ ไอคิว (IQ) คือความฉลาดทางสติปัญญา เป็นตัวเลขแสดงระดับเชาวน์ปัญญาหรือความสามารถในการเรียนรู้  วิเคราะห์ทำความเข้าใจ  แยกแยะ สร้างความคิดรวบยอดและจดจำข้อมูลต่างๆ 

ค่าไอคิว ได้มาจากการตรวจวัดด้วยแบบทดสอบที่เน้้นการคิด การใช้เหตุผล การเชื่อมโยง การคำนวณ คนที่มีความฉลาดทางสติปัญญามากจะยิ่งมีไอคิวสูง


EQ กับ IQ

อีคิว (EQ) คือเรื่องของอารมณ์  เป็นอารมณ์ที่ช่วยให้เราได้รู้จักและเข้าใจอารมณ์ของตัวเองและผู้อื่น รู้สึกปรับตัวแล้วก็ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสมและมีความสุข   

อีคิวไม่สามารถวัดออกมาเป็นคะแนนแบบได้แบบชัดเจน  แต่เราสามารถประเมินคร่าวๆได้  เพื่อจะได้รู้ว่าควรแก้ไขด้านไหนอย่างไรบ้าง   

จะเห็นได้ว่า อีคิวกับไอคิว เหมือนเป็นสิ่งตรงข้ามกัน แต่คนทุกคนต้องมีเหมือนกัน   

ไอคิว (IQ) กับอีคิว (EQ) เป็นสิ่งที่ต้องเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน   คนที่มีไอคิวดีและอีคิวดีก็แปลว่าจะมีโอกาสในการประสบความสำเร็จมากขึ้น  

เพราะการมีไอคิวดีจะช่วยให้เราได้เรียนรู้การควบคุมการจัดการอารมณ์    ขณะที่การมีอีคิวดีก็ช่วยในเรื่องของการพัฒนาสติปัญญาได้อย่างเต็มที่

อีคิว (EQ) คือเรื่องของอารมณ์  เป็นอารมณ์ที่ช่วยให้เราได้รู้จักและเข้าใจอารมณ์ของตัวเองและผู้อื่น รู้สึกปรับตัวแล้วก็ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสมและมีความสุข   

อีคิวไม่สามารถวัดออกมาเป็นคะแนนแบบได้แบบชัดเจน  แต่เราสามารถประเมินคร่าวๆได้  เพื่อจะได้รู้ว่าควรแก้ไขด้านไหนอย่างไรบ้าง   

จะเห็นได้ว่า อีคิวกับไอคิว เหมือนเป็นสิ่งตรงข้ามกัน แต่คนทุกคนต้องมีเหมือนกัน   

ไอคิว (IQ) กับอีคิว (EQ) เป็นสิ่งที่ต้องเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน   คนที่มีไอคิวดีและอีคิวดีก็แปลว่าจะมีโอกาสในการประสบความสำเร็จมากขึ้น  

เพราะการมีไอคิวดีจะช่วยให้เราได้เรียนรู้การควบคุมการจัดการอารมณ์    ขณะที่การมีอีคิวดีก็ช่วยในเรื่องของการพัฒนาสติปัญญาได้อย่างเต็มที่

หยิน-หยาง

เปรียบเหมือนหยินกับหยางที่คนทุกคนจะต้องมี Balance ซึ่งกันและกัน จะมีแต่ไอคิวสูงอย่างเดียวไม่ได้    

หากคนที่ฉลาดแต่ไม่มีอีคิวก็จะแปลว่าเราเก่งคนเดียวแต่ไม่มีเพื่อนพ้อง    แม้ทำงานเก่งมากๆ แต่ไม่สามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นได้  ปรับตัวเข้ากับคนอื่นไม่ได้  แบบนี้เรียกว่าเป็นคนที่มีอีคิวน้อยกว่าไอคิว

ในขณะที่บางคนทำงานไม่เก่งเท่าไหร่  แต่เป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี  รู้จักพูดคุยมีเพื่อนเยอะ  แปลว่าคนประเภทนี้คือคนที่มีอีคิวมากกว่าไอคิว  จะเห็นได้ว่าทั้งสองอย่างเป็นปัจจัยสำคัญทั้งคู่  จะมีอีคิวอย่างเดียวไม่ได้ หรือมีไอคิวอย่างเดียวไม่ได้  มันต้องอยู่ด้วยกันนะครับ   ถ้าเรามี 2 คำนี้เราก็จะสามารถประสบความสำเร็จในชีวิต

คำว่าประสบความสำเร็จในชีวิตนั้นไม่ได้แปลว่าคุณจะต้องรวยล้นฟ้านะครับ แต่เป็นเรื่องของการที่สามารถปรับตัว และสามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นได้  ไม่เป็นภาระคนอื่น แบบนี้ถึงจะเรียกว่าประสบสำเร็จในชีวิตครับ  


ความฉลาดทางอารมณ์ 5 ประการ

Daniel Goleman นักจิตวิทยาและนักเขียน ได้บอกว่าความฉลาดทางอารมณ์มีองค์ประกอบ 5 ประการ ได้แก่

1)Self Awareness

self awareness การรู้จักจุดอ่อนจุดแข็งของตนเอง

Self Awareness คือ ต้องรู้จักตนเอง  หมายถึง การรู้จักจุดอ่อนจุดแข็งของตนเอง  รู้จักตัวเองว่าจะเกิดอารมณ์เสีย  เกิดความหงุดหงิดได้ง่ายในสถานการณ์แบบไหน   การพัฒนาตนเอง จะต้องเริ่มต้นจาก self awarenss คือรู้จักตัวเองก่อน  เพราะไม่สามารถให้ใครมาบอกได้   ถึงมีใครมาบอกก็ไม่รู้ว่าเราจะรับฟังเขาหรือเปล่า   

แต่ถ้าใครมาบอกเราว่าเราทำอะไรดีไม่ดี  เราควรต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างไรบ้าง  ให้พยายามมองว่าเป็นของขวัญครับ  มองว่าคนที่เขามาบอกเราเนี่ย  เขาไม่มีเจตนาร้ายกับเรา  แต่เขาต้องการให้เราปรับปรุงให้มันดีขึ้น   เขาต้องการให้เราทำให้มันได้ดีขึ้น  เขาจึงมาบอกกับเรา

ดังนั้นเวลาที่จะต้องมาจัดการกับอารมณ์ของตนเอง   เราควรจะต้องทำความเข้าใจกับตัวเองให้ดีก่อน  รู้จักอารมณ์ของตนเองก่อน  จุดอ่อนจุดแข็งของตัวเองเป็นยังไงไม่พอ  ต้องรู้เป้าหมาย  ความต้องการในการพัฒนาตนเองของตัวเอง   จะต้องตระหนักให้ได้ก่อน 

ดังนั้นถ้ามีเป้าหมายว่าท่านจะต้องเติบโตในอาชีพการงาน   จะต้องรู้จักที่จะจัดการกับอารมณ์ของตนเอง   ถ้าสังเกตองค์กรต่างๆ  พนักงานหลายๆคนที่อายุเยอะแต่ว่าก็ยังเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสอยู่เหมือนเดิม  ไม่พัฒนาไม่เติบโตมาเป็นหัวหน้างานสักที  ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีปัญหาทางอารมณ์ทั้งนั้น  

ในทางตรงกันข้ามถ้าพนักงานรุ่นหนุ่มสาวอายุ 30 กว่าๆบางคนควบคุมตนเองได้ดี   จัดการอารมณ์ตนเองได้ดี    รู้จักรู้จักคุยเนี่ยก็จะเปลี่ยนเป็นผู้จัดการได้   เอาผลงานมาประกอบได้ยิ่งดีก็เป็นที่รักใคร่ของคนที่เป็นลูกน้องคนที่เป็นหัวหน้า   สังเกตไหมครับว่าการควบคุมอารมณ์มันช่วยเราได้เยอะมากแต่ท่านต้องเริ่มต้นจากรู้จักตนเองก่อน

2)Self Regulation

Self Regulation คือต้องรู้จักควบคุมตนเอง   

หรือจัดการอารมณ์ หมายถึงต้องควบคุมตนเองให้ได้โดยการแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมกับสถานการณ์   ตอบสนองสถานการณ์ต่างๆอย่างเหมาะสม  ตัวอย่างเช่น ในในภาวะที่ทุกคนก็ยินดีหมด  หากเรานั่งหน้าเครียด   นั่งหน้ามุ่ยอย่างเดียวแบบนี้ก็ไม่เหมาะสม

หรือในสถานการณ์ที่ทีมงานต้องการความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  ต้องการไอเดียไอเดียใหม่ๆที่หลากหลาย   แต่หากเราคอยแขวะคนอื่นเขา แบบมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ แสดงว่าการจัดการอารมณ์ของตนเองยังไม่ดี ดังนั้นจึงต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ตนเอง  

3)Empathy

empathy

Empathy เป็นเรื่องถัดมาที่สำคัญ คือ ต้องเข้าใจคนอื่นเขา  เพราะคนอื่นเขาก็มีความต้องการของเขา  มีมุมมอง มีความคิดของเขา  แล้วเราจะทำยังอย่างไรจึงจะสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นๆได้  เราจึงต้องเข้าใจคนอื่นเขาให้มากๆครับ   

เรื่อง empathy เป็นเรื่องสำคัญมาก มันคือการสื่อสารพูดคุย  มองถึงใจเขา  เหมือนคำโบราณว่าเวลาอยู่ด้วยกันต้องรู้จักที่จะเอาใจเขามาใส่ใจเรา   

หากเราเป็นหัวหน้าก็ต้องเอาใจลูกน้องมาใส่ใจของเราว่า  สมมุติจะต้องทำเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วคิดว่าแบบนี้อาจไม่โอเคหรอกลูกน้องคงจะเสียใจ  ลูกน้องคงจะไม่สบายใจมาก  แบบนี้เรียกว่ามี Empathy 

4)Motivation

Motivation ไม่ได้หมายถึงการสร้างแรงจูงใจให้กับใคร แต่หมายถึงการสร้างแรงจูงใจให้ตัวเราอยากทำให้สำเร็จ   อยากจะควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้   อยากจะทำงานเรื่องนึงให้ได้แม้มันจะไม่มีรางวัลหรือสิ่งตอบแทนที่จะทำให้หน้าที่การงานเติบโตก็ตามแต่  

Motivation เป็นส่วนสำคัญมากที่ Daniel Goleman บอกไว้ว่าเป็นสิ่งผลักดันให้เราลงมือทำ  เพราะแค่รู้จักตนเองไม่พอ  ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่พอ  จะต้องลงมือปฏิบัติอะไรบางอย่างออกไปบนพื้นฐานของสิ่งต่างๆที่เป็นองค์ประกอบของ emotional intelligence 

5)Social Skill

สำคัญมากเลยคือ Social skill ซึ่งมันไม่ได้หมายความแค่ทักษะการทำงานกับคนอื่น   แต่หมายถึงการทำให้คนอื่นมองเห็นเป้าหมาย   และก็เชื่อมโยงการทำงานให้เข้ากับเป้าหมายนั้นให้ได้

สมมติหากเราเป็นหัวหน้า  เป็นผู้บังคับบัญชา  มันมีความจำเป็นที่จะต้องทำให้ลูกน้องรู้ว่าเป้าหมายในงานของเขาคืออะไร   คุณค่าที่เขาจะส่งมอบได้แก่อะไรบ้าง   และให้เขาเดินไปตามนั้น  ให้เขาพยายามคิดหาวิธีการจัดการกับตัวเอง   แล้วเดินไปสู่เป้าหมายที่ตัวเขาวางไว้ให้ได้


สรุป

ทั้งหมด 5 เรื่องของการจัดการอารมณ์ เริ่มจาก

  • รู้จักตนเองให้รู้จักจุดอ่อนจุดแข็งของตัวเองเป็นอย่างไร
  • ควบคุมตัวเองให้ได้
  • เอาใจเขามาใส่ใจเรา  เข้าใจคนอื่น
  • มีความตั้งใจอยากที่จะทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้มันประสบความสำเร็จ
  • ช่วยให้คนอื่นเขามองเห็นเป้าหมาย  และช่วยคนอื่นเขามองเป้าหมายของตนเองให้ทะลุชัดเจนและลงมือทำให้เกิดผลตามเป้าหมายนั้น 

ทั้งหมดคือองค์ประกอบที่จะช่วยพัฒนาอีคิวให้ดีขึ้นได้

สุดท้ายการมีความรู้ความเข้าใจทางเทคนิคหรือด้าน Hard Side ช่วยให้เราประสบความสำเร็จเติบโตในชีวิตการงานได้  

แต่เราจะประสบความสำเร็จได้ดีมากกว่า  โตได้รวดเร็วมากกว่า  ยั่งยืนมากกว่า  มันจะต้องเป็นมีส่วนของ Soft Side ด้วยนะครับ

2 ส่วนนี้จึงควรจะต้องได้รับการพัฒนาควบคู่กันไป ก็จะช่วยให้งานก้าวหน้าและเป็นสุขครับ  


REFERENCE:
Improving Emotional Intelligence
The Importance of Emotional Intelligence
Emotional intelligence
Soft Skills

บทความอื่นๆ

Add-LinePalagrit logo with text SVG

บริษัท พละกริท คอนซัลแทนท์
อีเมล contact@palagrit.com
โทร 082-245-9624
โทร 061-569-3255

เกี่ยวกับเรา : พละกริท คอนซัลแทนท์
เราคือผู้เชี่ยวชาญการฝึกอบรมด้าน Soft Skills หลักสูตรอบรมทันสมัย เนื้อหาเข้มข้น เรียนรู้อย่างเป็นระบบและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง รับฝึกอบรมภายในองค์กร (In-House training) ทั้งระดับผู้บริหาร ผู้จัดการ หัวหน้างาน พนักงานหรือบุคคลทั่วไป

บริการออกแบบหลักสูตรอบรมตามความต้องการเฉพาะด้านของลูกค้า (Customized Course) โดยมุ่งเน้นให้สามารถนำไปใช้งานได้จริง และสามารถส่งมอบบริการได้อย่างดีที่สุด
อ่านเพิ่ม

หลักสูตร Soft Skill 2021

หลักสูตร Leadershipหลักสูตร Teamwork and Collaborationหลักสูตร Mind Map for Systematic Thinkingหลักสูตร Growth Mindsetหลักสูตร Communication Skillหลักสูตร Mindfulness at Workหลักสูตร Complex Problem SolvingCustomized Course บริการออกแบบหลักสูตรตามความต้องการของลูกค้า
Copyright©2021 Palagrit Consultant Co.,Ltd. All rights reserved.
chevron-down