12 เทคนิคการตั้งเป้าหมายสู่ความสำเร็จ

บุคคลที่ประสบความสำเร็จระดับโลกหลายๆคน ล้วนให้ความสำคัญต่อการตั้งเป้าหมาย บางคนอาจจะคิดว่าชีวิตเราไม่มีทางเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากกว่านี้

แต่ในความเป็นจริงแล้วเราทุกคนสามารถเลือกเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้นได้ด้วยการตั้งเป้าหมาย และค่อยๆเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปทีละน้อยจากความสำเร็จเรื่องเล็กๆไปสู่เรื่องใหญ่ค่ะ

การที่รู้จักตั้งเป้าหมายจะทำให้เราไปถึงจุดนั้นได้ง่ายขึ้น และทุกครั้งที่เราทำสำเร็จในแต่ละขั้นนั้น จะทำให้รู้สึกมีความสุขและมีกำลังใจที่จะต่อสู้ไปสู่เป้าหมายใหญ่ที่ต้องการ

และต่อไปนี้เป็นเทคนิค 12 ขั้นตอนการตั้งเป้าหมายสู่ความสำเร็จค่ะ

1)ตัดสินใจให้ชัดเจนว่าคุณต้องการอะไรบ้างในแต่ละด้านของชีวิต

เป็นการตัดสินใจว่าคุณต้องการตั้งเป้าหมายในชีวิตอะไรบ้าง ตัวอย่างเช่น

เป้าหมายด้านรายได้ -ต้องการหารายได้เท่าไหร่ในปีนี้ ปีหน้า หรือ 3 ปีข้างหน้านับจากวันนี้

เป้าหมายด้านครอบครัว -อยากมีรูปแบบชีวิตสำหรับครอบครัวและตัวเอง

เป้าหมายด้านสุขภาพ -อยากมีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างไร

เป้าหมายด้านอื่นๆ

จากนั้นให้ลำดับเป้าหมายสำคัญที่สุด 3 อันดับแรกออกมา

2)เป้าหมายต้องวัดผลได้

เป้าหมายต้องชัดเจน วัดผลได้ มีหลักการวัดผล ตลอดจนการสรุปผลออกมาได้ชัดเจน มีหลักการประเมินการคำนวณอย่างชัดเจน ตัวเลขมีที่มาที่ไป ไม่ใช่ข้อมูลลอยๆ

การทำให้เป้าหมายวัดได้ด้วยตัวเลขจะทำให้เห็นว่าคุณเข้าใกล้เป้าหมายมากน้อยแค่ไหน สำเร็จหรือไม่อย่างไรค่ะ

3)กำหนดเส้นตาย (deadline)

การกำหนดเส้นตายจะทำให้ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง ดังนั้นหากจะตั้งเป้าหมายอะไรต้องกำหนดเส้นตายไว้เสมอ กรณีเป้าหมายเป็นงานใหญ่ สามารถแบ่งงานออกเป็นเป้าหมายย่อยๆได้ เมื่อทำเป้าหมายย่อยสำเร็จแล้วจะทำให้คุณเกิดกำลังใจ มีความมั่นใจมากขึ้นที่จะทำเป้าหมายอื่นๆต่อไป

4)ระบุอุปสรรคที่ต้องเอาชนะเพื่อไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

นำกฏ 80/20 เป็นหลักคิดคือ 80% ของเหตุผลที่เป็นอุปสรรคให้ไม่บรรลุเป้าหมายมักมาจากภายในตัวเราเอง เช่น การขาดความรู้ ทักษะ ความมั่นใจ ฯลฯ ส่วนอีก 20% เป็นเรื่องเหตุผลภายนอกที่ไม่เกี่ยวกับตัวเรา ดังนั้นจงเริ่มที่ตัวเราเองสำคัญที่สุดค่ะ

5)ระบุองค์ความรู้ ข้อมูล ทักษะที่จำเป็นต้องมีเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบุทักษะสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จในชีวิตมากที่สุด ทักษะอะไรที่หากพัฒนาอย่างต่อเนื่องแล้วจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายที่สำคัญสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นทักษะอะไรก็ตามให้เขียนออกมา กำหนดเป็นแผนการและทำมันทุกวัน

6)ระบุคนที่สามารถร่วมมือหรือช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้

ให้จดรายชื่อทุกคนในชีวิตที่เกี่ยวข้องกับงานของคุณหรืออยู่แวดล้อมตัวคุณที่จะช่วยให้เป้าหมายสำเร็จ เริ่มจากรายชื่อคนในครอบครัว คนที่จะคุณต้องการการสนับสนุนช่วยเหลือ หัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน ซัพพลายเออร์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้ารายสำคัญที่มีผลต่อยอดขายสินค้าที่คุณต้องการ

ในการบรรลุเป้าหมายใหญ่ คุณต้องการคนที่สนับสนุนคุณ ในแต่ละช่วงเวลาหรือสถานการณ์ แต่ให้นึกถึงการตอบแทนกลับคืนหรือช่วยเหลือบุคคลเหล่านั้นกลับเมื่อมีโอกาส

บุคคลที่ประสบความสำเร็จที่สุดคือคนที่สามารถสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับเครือข่ายผู้คนที่เขาจะช่วยเราและเราสามารถช่วยเหลือเขาตอบแทนนั่นเองค่ะ

7)ให้เขียนสิ่งที่จะต้องทำทั้งหมดเพื่อบรรลุเป้าหมาย

ทั้งข้อมูลอุปสรรคที่ต้องแก้ปัญหา ความรู้หรือทักษะที่ต้องพัฒนา บุคคลที่ต้องหามาร่วมงานด้วย จดรายละเอียดทุกขั้นตอนที่ต้องนึกออกเพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมด เมื่อไหร่ที่คิดสิ่งใหม่ๆได้ให้จดเพิ่มเข้าไปในข้อมูลจนกว่าจะสมบูรณ์

จากนั้นคุณจะเห็นว่าสิ่งที่คุณจะต้องทำเพื่อบรรลุเป้าหมายยังห่างไกลกับปัจจุบันมาก แต่ให้ยึดคติว่า การเดินทางพันไมล์ ต้องเริ่มต้นจากก้าวที่หนึ่ง หรือหนทางนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรก

ดังนั้นไม่มีใครที่จะสำเร็จในชั่วข้ามคืน ทุกอย่างต้องใช้เวลาซึ่งอาจนานหลายเดือนหรือหลายปีกว่าจะบรรลุเป้าหมาย จึงต้องอดทนและตั้งใจค่ะ

8)จัดระบบสิ่งที่ต้องทำโดยเรียงลำดับและความสำคัญ

ลำดับก่อนหลัง - เรียงลำดับสิ่งใดควรทำก่อน สิ่งใดทำทีหลัง
สิ่งที่สำคัญและไม่สำคัญ -ให้แยกรายการสิ่งที่สำคัญมาก และสำคัญน้อยกว่าออกมาให้ชัดเจน

นำกฏ 80/20 เป็นหลักคิดคือ ผลงานส่วนใหญ่ 80% มาจากกิจกรรมที่ทำ 20%
ในทางกลับกัน 20/80 คือ ปริมาณเวลาที่คุณใช้วางแผน 20% ส่งผลต่อเวลาที่เหลืออีก 80% ที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ ดังนั้นการวางแผนการให้ดีจึงสำคัญมากค่ะ

9)จัดระบบสิ่งที่ต้องทำโดยเรียงลำดับและความสำคัญ

แผนรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือนล่วงหน้า และขั้นตอนที่ต้องทำในแต่ละแผนการ
วางแผนรายเดือนให้เสร็จตั้งแต่เริ่มต้นเดือน
วางแผนรายสัปดาห์ให้เสร็จก่อนเริ่มสัปดาห์นั้นๆ
วางแผนรายวันให้เสร็จก่อนเริ่มวันใหม่

ยิ่งมีความละเอียดและใส่ใจในการวางแผน ก็ยิ่งมีโอกาสทำสำเร็จโดยใช้เวลาน้อยลง ให้ระลึกไว้ว่า 1 นาทีที่ใช้วางแผนที่ดีมีค่าเท่ากับการประหยัดเวลาในการลงมือทำ 10 นาที ดังนั้นการวางแผนจะให้ผลตอบแทนความคุ้มค่าด้านเวลาทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาวค่ะ

10)จัดลำดับความสำคัญของงานในแต่ละวัน เลือกงานที่สำคัญมาทำก่อน

ถามตัวเองว่าถ้าต้องเลือกงานที่ต้องทำขึ้นมาหนึ่งอย่างในวันนั้น งานชิ้นไหนสำคัญที่สุด จัดไว้เป็นลำดับที่ 1

งานที่สำคัญรองลงมาเป็นอันดับ 2 ทำเช่นนี้ไปจนได้งานที่สำคัญที่สุด 7 อันดับโดยเรียงตามความสำคัญมากสุดลงมา  และเน้นทำงานสำคัญที่สุดที่มีผลต่อเป้าหมายเป็นสิ่งแรกค่ะ

11)พัฒนานิสัยความมีวินัย

เมื่อคุณเลือกงานที่สำคัญที่สุดในวันนั้นขึ้นมาทำแล้ว ให้ตั้งใจ --มีความมุ่งมั่นและแน่วแน่ว่าจะทำให้เสร็จ โดยไม่ยอมหันเหหรือเบี่ยงเบนความสนใจไปทำสิ่งอื่น จนกว่างานจะเสร็จสมบูรณ์ 100%

ความมีวินัยมุ่งมั่นที่จะทำให้งานสำคัญที่สุดจนกว่าจะเสร็จเป็นเทคนิคบริหารจัดการที่ทรงพลังทีสุด เมื่อคุณพัฒนาลักษณะนิสัยนี้ขึ้นมาได้ จะช่วยให้เกิดประสิทธิผลของงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าเทียบกับการไม่ได้ใช้เทคนิคนี้

12)ใช้พลังของจิตใต้สำนึก มโนภาพรางวัลที่จะได้รับเมื่อคุณสำเร็จ (visualize the goal)

 

ให้มโนภาพ จินตนาการถึงภาพความสำเร็จ การสร้างมโนภาพเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เห็นเป้าหมายที่มีโอกาสเป็นความจริง

งานวิจัยจำนวนมากกล่าวว่า หากจะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น คุณจะต้องให้สมองได้รับประสบการณ์ที่จะเห็นเป้าหมายออกเป็นภาพจริง ซึ่งวิธีการนี้เรียกว่า “visualize the goal”

เช่น เป้าหมายอยากมีรถสักคัน ก็จินตนาการว่าตัวคุณเองได้ขับรถคันนั้นอย่างมีความสุข

หากเป้าหมายคือการท่องเที่ยว ให้จินตนาการภาพที่คุณได้ท่องเที่ยวในที่ที่คุณอยากไป

หากเป้าหมายคือการมีบ้านสวยๆ จิตนาการว่าคุณได้อยู่ในบ้านหลังนั้นว่าจะมีความสุขอย่างไร

การจิตนาการจะส่งผลต่อจิตใต้สำนึกของมนุษย์อย่างมากที่จะช่วยให้คุณมุ่งมั่นที่จะทำเป้าหมายให้สำเร็จ

เคล็ดลับอื่นๆสำหรับการตั้งเป้าหมาย

นำกระดาษเปล่าเขียนวันที่ไปที่ด้านบนสุดของกระดาษ จากนั้นเขียนเป้าหมายที่คุณอยากทำให้สำเร็จอย่างน้อย 10 ข้อ โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆทั้งสิ้นในสิ่งที่จะทำ ให้เขียนสิ่งที่อยากเป็น อยากจะมี หรืออยากจะทำ โดยใช้เทคนิคดังนี้

  • เวลาเขียนเป้าหมายให้เขียนราวกับว่าคุณบรรลุเป้าหมายที่ต้องการแล้ว เช่น
    ตัวอย่างที่ 1 แทนที่จะเขียนว่า ฉันจะเก็บเงินให้ได้ 1 ล้านบาทในปีนี้ ให้เปลี่ยนเป็น ฉันเก็บเงินได้ปีละ 1 ล้านบาท
    ตัวอย่างที่ 2 ฉันต้องการรถใหม่ 1 คัน เปลี่ยนเป็นฉันได้ขับรถใหม่ 1 คันเมื่อวัน/เดือน/ปี ที่กำหนด
  • ให้เขียนในแง่บวก เช่น ฉันจะเลิกบุหรี่ เปลี่ยนเป็น ฉันเป็นคนไม่สูบบุหรี่
  • ให้เริ่มต้นประโยคด้วยคำว่า "ฉัน" เพื่อเป็นการยืนยันเป้าหมายของตัวเอง เป็นการกระตุ้นให้จิตใต้สำนึกทำงาน

สรุป

สุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการตั้งเป้าหมายสู่ความสำเร็จนั้น คือ ตัวเราเองค่ะที่ต้องมีความแน่วแน่ ทำแผนการ ไม่ท้อถอย และมีวินัยที่จะปฏิบัติตามแผนอย่างต่อเนื่อง

ทุกครั้งที่ยืนหยัดเอาชนะอุปสรรคแม้ว่าจะเจอล้มเหลวหรือผิดหวัง จะฝึกให้คุณแข็งแกร่งขึ้นและดีขึ้นเรื่อยๆค่ะ ทำให้เกิดเชื่อมั่นและภูมิใจในตัวเองที่ก้าวผ่านมันไปได้

ดังนั้นการฝึกฝนให้เคยชินที่ไม่ลดละล้มเลิกง่ายๆ จนกระทั่งกลายเป็นนิสัยแล้วจะพบว่าคุณจะมีศักยภาพที่จะทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมายได้อย่างมากเลยค่ะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านทุกท่านนะคะ

REFERENCE:
How To Be Successful In Life by Mr.Brian Tracy 

บทความอื่นๆ

Add-LinePalagrit logo with text SVG

บริษัท พละกริท คอนซัลแทนท์
อีเมล contact@palagrit.com
โทร 082-245-9624
โทร 061-569-3255

เกี่ยวกับเรา : พละกริท คอนซัลแทนท์
เราคือผู้เชี่ยวชาญการฝึกอบรมด้าน Soft Skills หลักสูตรอบรมทันสมัย เนื้อหาเข้มข้น เรียนรู้อย่างเป็นระบบและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง รับฝึกอบรมภายในองค์กร (In-House training) ทั้งระดับผู้บริหาร ผู้จัดการ หัวหน้างาน พนักงานหรือบุคคลทั่วไป

บริการออกแบบหลักสูตรอบรมตามความต้องการเฉพาะด้านของลูกค้า (Customized Course) โดยมุ่งเน้นให้สามารถนำไปใช้งานได้จริง และสามารถส่งมอบบริการได้อย่างดีที่สุด
อ่านเพิ่ม

หลักสูตร Soft Skill 2021

หลักสูตร Leadershipหลักสูตร Teamwork and Collaborationหลักสูตร Mind Map for Systematic Thinkingหลักสูตร Growth Mindsetหลักสูตร Communication Skillหลักสูตร Mindfulness at Workหลักสูตร Complex Problem SolvingCustomized Course บริการออกแบบหลักสูตรตามความต้องการของลูกค้า
Copyright©2021 Palagrit Consultant Co.,Ltd. All rights reserved.
chevron-down