คุรุ พบ คุรุ ปี2 p1

คุรุ พบ คุรุ ปี2

[vc_row][vc_column][vc_column_text]คุรุ พบ คุรุ ปี2 อยู่กับครู…ผู้รู้สึกตัว
ณ.หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญญโญ วันที่ 8-9 ตุลาคม 2561 (mindfulness-course-8-10-61-p3)

คุรุ 2 ท่าน อ.ประมวล เพ็งจันทร์ กับ อ. อชิระวิชญ์ ภักดิ์โชติพงศ์ (อ.ริว)

คุรุ แปลว่า ผู้ทำลายความมืด หรือผู้นำพาออกไปจากความมืด

บันทึกจากการจดด้วยใช้ใจฟัง จึงเป็นความเข้าใจส่วนตัว แบ่งปันในส่วนที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ?

1. ไม่มีอะไรจะยิ่งใหญ่ ไม่มีอะไรจะงดงาม เท่ากับปัจจุบัน
นี่คือรหัสลับของการมีชีวิตอยู่ (ลอกมาจากโพสต์ที่เชิญชวน?)

2. ในการจัดการปัญหาโลกภายนอกต้องใช้ความคิดในการจัดการดูแลแก้ไข แต่ในการจัดการปัญหาโลกภายในต้องใช้ความรู้สึกตัว(สติ)ในการจัดการดูแลแก้ใจ หากใช้เครื่องมือผิดคิดหนักทุกข์วนไป? ทุกข์ที่ใจ แต่ใช้สมองคิดๆๆๆ แล้วก็ติดๆ คิดวนๆ คิดไม่ตก ยิ่งคิด ยิ่งเครียด ยิ่งเครียด ยิ่งคิด อยากจะแก้ก็แค่ “รู้สึกตัว”?

3. เราสูญเสียความ “เบิกบาน” เพราะหลงคิด ลืมที่จะ”รู้สึกตัว” ณ ปัจจุบัน ขณะ ( ณ ขณะปัจจุบัน)

4. โปรดจงมีศรัทธาต่อตนเองและเพื่อนมนุษย์ เมื่อมีศรัทธาเราจะไร้ซึ่งคำถามและไร้เหตุผล เราใช้หัวใจ มิใช่สมอง ทบทวนตัวเองดู เวลาที่เรายิ่งพยายามมีเหตุผลหาเหตุผลเราจะยิ่งทะเลาะกับตัวเองและผู้อื่น? เรามีคำถามมากมายเวลาเราสูญเสียความศรัทธา เรามักมีคำถามว่า”ทำไม” เช่น ทำไมลูกฉันถึงดื้อแบบนี้ ทำไมสามีถึงไม่เข้าใจ ฯลฯ เคยมีไหมคำถามแบบนี้ เป็นคำถามที่ ตอกย้ำซ้ำเติมทุกข์วนไป ไม่ช่วยอะไร

5. ในยามที่ใครสักคนที่เรารักหรือใกล้ชิดสนิทสนมสูญเสียความศรัทธาที่มีต่อตัวเอง/เพื่อนมนุษย์/สรรพสิ่ง เราสามารถช่วยเยียวยาใจเขาได้ด้วยการ กลับไปที่ข้อ 4? อาจไม่ต้องใช้ถ้อยคำมากมายในการดูแลฟื้นฟูใจเขา แค่อยู่ข้างๆ เขาแล้วฟังด้วยหัวใจ อยู่ข้างๆ ทุกครั้งที่เราสามารถทำได้ รักษาใจเราไว้ให้ทรงพลังส่งความศรัทธา ความรู้สึกดีๆ ส่งผ่านจากใจเราไปสู่ใจเขา เอาแสงสว่างในใจเรา ช่วยส่องให้เขาได้เห็นใจตัวเอง ทำให้เขารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย วางใจที่มีเราอยู่เคียงข้าง?

คำพูดที่ดี ไม่สำคัญเท่าความรู้สึกที่ดี

ข้อควรระวัง!!เวลาที่เราตั้งใจช่วยมากไป แล้ววางใจไม่เป็น จากแสงสว่าง อาจกลายเป็นความร้อนเผาใจตนและเผาใจอีกคนให้ไหม้ดำเป็นผุยผงได้?

6. เมื่อเกิดความขัดแย้ง เห็นต่างกัน ไม่ต้องทะเลาะกันว่าใครถูก ใครผิด แค่ยอมรับในความคิดที่ต่างกัน คนเราเกิดมามีพื้นนิสัย มีประสบการณ์ชีวิต มีความคิดแตกต่างกันได้ปกติ เคารพในความคิดต่างของกันและกัน และสามารถแสดงความคิดต่างนั้นได้ด้วยความรู้สึกเป็นมิตร มิใช่ผู้พิชิตศัตรู?

7. ไม่ว่าเจอใคร สถานการณ์ใด โปรดจงวางใจว่า เขาเหล่านั้น เหตุการณ์เหล่านั้น เป็นผู้คนเป็นเหตุการณ์ที่เราต้องเจออยู่แล้ว ประมาณว่า เราได้นัดหมายไว้ มีกำหนดการพบ/พรากเช่นนี้มาตั้งแต่ก่อนเกิด โปรดจงยินดีปรีดา (ข้อนี้เข้าใจมากค่ะ หลายคนอ่านแล้วอาจกระอักกระอ่วนในใจ แม่ดาวก็เคยรู้สึกเช่นนี้ จะยินดีปรีดาได้อย่างไร? ฝึกต่อไปแล้วจะค่อยๆ รู้สึกเข้าใจความรู้สึกเช่นนี้ค่ะ เราจะรู้จริงได้ด้วยความรู้สึก ไม่ใช่การคิดเนอะ)

8. เรามักเคยชินกับการตัดสินตีความผู้คน เรื่องราวที่พบ เราไม่ได้เห็นผู้คนเห็นโลกตามความเป็นจริง นั้นคือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราเป็นทุกข์และสร้างทุกข์ให้ผู้อื่น ฝึกรู้สึกตัวอยู่กับปัจจุบันบ่อยๆ เราจะค่อยๆ ดีขึ้น

9. สนใจความเป็นจริงตามความหมายในใจที่แท้จริงของผู้คนรวมถึงตนเอง อย่าติดอยู่เพียงแค่ถ้อยคำที่ได้ยินหรือการกระทำภายนอกของเขา เช่น พ่อแม่บ่น พูดจาร้ายๆ กับเรา อันที่จริงความหมายที่งดงามในใจท่านคือรักและห่วงใย (ดูตัวเองเคยเป็นไหม ปากร้าย แต่ใจดี แค่ตอนนั้นพูดไม่ดีเพราะอารมณ์ขึ้น?) หากสงสัยจะรู้ได้อย่างไรว่าใจเขาคิดอย่างไร กลับไปดูข้อ 4?

10. เมื่อเราขัดแย้งในตัวเอง เรามักขัดแย้งกับผู้คนอื่นๆ ขัดกับสังคม ขัดแย้งกับธรรมชาติ (เป็นลูกโซ่?) กลมเกลียวเป็นมิตรกับตัวเองก่อนนะตัวเอง สร้างความสมดุลระหว่างโลกภายนอกและโลกภายใน ดังนั้นเมื่อเกิดความขัดแยังกับใครกับอะไร ช้าลง หยุด ส่องใน แก้ใจตนก่อน

11. โปรดจงใช้หัวใจเด็กน้อยในวัยเด็กในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่รู้ยังจำความรู้สึกเช่นนั้นได้ไหม ค่อยๆ เนอะค่อยๆ กระเทาะเปลือกเหตุผลมากมายที่ครอบงำใจเราไว้ หากลืมไปแล้วจริงๆ ลองกลับไปสังเกตเด็กเล็กๆ ที่ยังไม่เข้าเรียน เขามักตื่นด้วยแววตาเป็นประกาย ความอยากรู้ อยากลอง อยากเล่น สนุกกับชีวิตได้แทบตลอดวัน ทุกอย่างตื่นตา ตื่นใจ เป็นเรื่องอัศจรรย์หรรษาเสมอ เช่น เด็กน้อยเจอดอกไม้ ไม่เคยรู้จักมาก่อน ไม่มีใครเคยบอก เขาไม่ตีความว่ามันคืออะไร เขาแค่สัมผัส และรู้สึกตามจริงแค่นั้นเอง

12. ความตายไม่ใช่การสูญสลายหายไป เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่งกลับคืนสู่จักรวาลก็แค่นั้น ตายไม่ได้หาย หายไม่ได้ไม่มี แค่เรามองไม่เห็นก็แค่นั้นเอง

คุรุ แปลว่า ผู้ทำลายความมืด หรือผู้นำพาออกไปจากความมืด
ครูผู้เมตตา อ.ประมวล เพ็งจันทร์ จึงสอนให้พวกเรานั้นรู้สึกตัว “จากความรู้สึก” ไม่ใช่ จากความคิด

ขอบคุณเหล่าคุณพ่อคุณแม่ “ครูคนแรก” และกัลยาณมิตรทุกท่านที่ร่วมเดินทาง “อยู่กับครู ผู้รู้สึกตัว” ร่วมกัน..

ขอบคุณประสบการณ์อันมีค่าและมีความหมายที่แต่ละคนได้เก็บเกี่ยวและแบ่งปันกันและกันตลอดวันที่ได้อยู่ร่วมกัน

ขอกราบขอบพระคุณในความเมตตาของครู “อ.ประมวล เพ็งจันทร์” ที่จุดเทียนแห่ง”ความรู้สึกตัว” ให้แสงส่องทางสว่างไสวในใจที่มีความมืดพาดผ่านของศิษย์
ครู(เดิน)นำ พาให้พบกับปัจจุบัน
นำพาให้ค้นพบกับ “คุรุ” ในตนเอง
ให้มีความรู้สึกถึง”ตัวของตัวเอง” ให้พบความจริงของปัจจุบัน

ขอบคุณกัลยาณมิตรผู้มีหัวใจแห่งความเป็นผู้ให้อย่างเต็มเปี่ยมและทีมงานจิตอาสาจากหัวใจ พี่หลี พี่คิ้ม ป้าศรี และน้องจ๋า
ขอบคุณภาพถ่ายสวยๆ จาก น้องอิ๊ง
ขอบคุณบันทึกภาพวีดีโอและเสียงจาก น้องหมอ Hmorroll และน้องกัส ผู้มีน้ำใจงาม
ขอบคุณการเอื้อเฟื้อและความช่วยเหลือจากกัลยาณมิตรผู้เป็นเหมือนญาติทางธรรม พี่โจ้ พี่ต๋อย จากสวนโมกข์ กรุงเทพฯ
ขอขอบคุณ สถานที่หอจดหมายเหตุ พุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์ กรุงเทพฯ)[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column][vc_gallery type=”image_grid” images=”8629,8630,8631,8632,8633″ img_size=”large” onclick=””][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column][vc_video link=”https://www.youtube.com/watch?v=XVmtp1V_wFY&feature=youtu.be&fbclid=IwAR1jf99N-VvU4snGPhHk8_sIgwXr66DbnE91CB8YL5ZtrW-Ug38p9FLvzA4″ title=”อยู่กับครู ผู้รู้สึกตัว – อ.ประมวล เพ็งจันทร์ (ตอนที่ 1/2)”][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column][vc_video link=”https://www.youtube.com/watch?v=07cqIpdnND4&fbclid=IwAR0gB9g70wlWaejRUF3FsV4YMKy6hx-B9PSPz5fbsv7YMh0y1JhCNOvz74I” title=”อยู่กับครู ผู้รู้สึกตัว – อ.ประมวล เพ็งจันทร์ (ตอนที่ 2/2)”][/vc_column][/vc_row]

Scroll Up