soft skills คืออะไรและทำไมถึงสำคัญ

Soft Skills คืออะไร? ความหมายและตัวอย่าง

Soft Skills คือ ทักษะที่สำคัญของผู้นำและคนทำงานยุคใหม่ ที่จะช่วยให้บุคคลากรสามารถร่วมงานกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งผลต่อความสำเร็จในงานตามที่องค์กรมุ่งหวัง

ในบทความนี้ จะมีคำอธิบายเพื่อให้คุณผู้อ่านได้ทำความเข้าใจเพิ่มเติมว่า Soft Skills คืออะไร หมายถึงหรือแปลว่าอะไร ,

Hard Skills คืออะไร, Soft Skills แตกต่างจาก Hard Skills อย่างไร หร้อมทั้งตัวอย่างในการวัดผล, Soft Skill มีอะไรบ้าง, 6 เหตุผลสำคัญ ว่าทำไมต้องมี Soft Skills พร้อมตัวอย่างประกอบ


soft skill คืออะไร? ความหมายและตัวอย่าง

Soft Skills คืออะไร?

Soft Skills คือ ทักษะที่สำคัญอันประกอบไปด้วยคุณสมบัติภายในที่ดีของมนุษย์ที่ล้วนส่งผลดีแก่ตนเอง เพื่อนร่วมงาน ช่วยให้เกิดการทำงานร่วมกันกับผู้อื่นได้ดีกว่าเดิม และยังส่งผลกระทบที่ดีต่อสังคมอีกด้วย

เวลาที่เรากล่าวถึงคำว่า “ทักษะ”(Skill) เราจะสามารถรู้ได้เลยว่า นี่คือสิ่งที่มนุษย์สามารถเรียนรู้ ฝึกฝนและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นได้

เมื่อเราเรียนรู้และฝึกฝนตนเองให้มี Soft Skills เราจะมีความเข้าใจและมีความสามารถที่จะนำเอาทักษะต่างๆเหล่านั้น ไปประยุกต์ใช้กับชีวิตและการทำงานให้มีความ Soft หรือ อ่อนโยน ต่อความรู้สึกของตนเองและผู้คนรอบข้างได้เป็นอย่างดี

หากบุคลากรในองค์กรต่างๆมี Soft Skills เป็นพื้นฐาน บุคลากรในองค์กรนั้นๆ จะกลายเป็นคนคุณภาพ เข้าอกเข้าใจลูกค้าทั้งภายในและภายนอกองค์กร ช่วยให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงใจ ส่งผลให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสอดคล้องกัน

ในหลายๆครั้งเราจะพบว่า Soft Skills มักจะเป็นทักษะที่เป็นนามธรรม เพราะเป็นเรื่องของความสามารถในเชิงลึกที่สัมพันธ์กับคุณสมบัติและการให้คุณค่าจากภายในตัวมนุษย์ ที่หากเราดูคนๆนึงแบบเผินๆ เราอาจจะไม่รู้เลยก็ได้ว่าเค้ามีทักษะนั้นๆอยู่

หากเปรียบให้เห็นภาพ Soft Skills ก็คงจะคล้ายกับ Software ที่อยู่ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบต่างๆ ที่แต่เดิมที่เรามี Software เก่าที่เคยติดตั้งไว้ใช้งานก่อนหน้านี้แล้ว พบโลกเปลี่ยนไป ความต้องการการทำงานร่วมกันของระบบต่างๆยิ่งมีมากยิ่งขึ้น

เราจะต้อง Up Grade Software เสียใหม่ เพื่อให้มีความสามารถในการพัฒนาระบบและปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานได้ดีมากขึ้น Smooth มากขึ้น ถึงแม้ว่าตัว Hardware จะยังคงเหมือนเดิม แต่ความสามารถกลับเพิ่มขึ้น และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในงานอื่นๆที่แตกต่างกันได้อีก

คำว่า Soft Skills จึงเป็นคำจำกัดความโดยรวมที่สื่อถึงทักษะหลากหลายด้านที่เกี่ยวข้องกับความสามารถของมนุษย์ ที่ช่วยให้เราสามารถทำความเข้าใจกับตัวเองได้ดี สามารถการบริหารจัดการอารมณ์ และปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันและประสบความสำเร็จไปเป็นทีมได้อย่างราบรื่น


hard skills คืออะไร?

Hard Skills คืออะไร?

Hard Skills คือ ทักษะความรู้ที่เราร่ำเรียนมาหรือศึกษาหาความรู้มาจนเกิดเป็นความสามารถในการประกอบวิชาชีพเพื่อใช้ปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆ

เช่น คนเป็นนักบัญชีก็ต้องมีความรู้ในการตรวจงบและจัดทำบัญชี, คนเป็นหมอต้องมีทักษะในด้านการรักษาโรค, คนเป็นวิศวะโยธาต้องมีทักษะในการออกแบบวางแผนและควบคุมงานก่อสร้าง,

คนเป็นสถาปนิกต้องมีทักษะในการออกแบบโครงการก่อสร้างต่างๆ, คนเป็นพ่อครัวต้องมีทักษะในการประกอบอาหาร, คนเป็นทนายต้องมีทักษะในการว่าความ เป็นต้น

ตัวอย่างบางส่วนของทักษะด้าน Hard Skills

  • Computer skills ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และโปรแกรมต่างๆ

  • Management skills ทักษะการบริหารจัดการ

  • Project management skills ทักษะบริหารงานโครงการ

  • Writing skills ทักษะการเขียน

  • Accounting skills ทักษะด้านบัญชี

  • Design skills ทักษะการออกแบบ

  • Language skills ทักษะทางภาษา


แต่ความเป็นจริงในโลกของการทำงานเราจะเก่งเฉพาะทักษะด้าน Hard Skills เพียงอย่างเดียวไม่ได้

เพราะหากเราเรียนจบมาได้เกรดเฉลี่ยสูงลิ่ว แต่กลับมีเพียงทักษะด้าน Hard Skills ที่ถูกพัฒนาขึ้นมา เราก็จะเป็นคนเก่งที่ทำงานเก่งด้วยตัวคนเดียว แต่ทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆไม่ได้

ถ้าไม่มีทักษะการสื่อสารที่ดี ก็จะกลายเป็นคนที่พูดจาไม่รู้เรื่องหรือพูดจาแบบมะนาวไม่มีน้ำ ทำให้ผู้ร่วมงานเสียความรู้สึกอยู่เป็นประจำ

ซึ่งหลายครั้งก็ไม่ได้เป็นไปโดยเจตนา แต่เพราะขาดความสามารถในการเข้าใจตนเองและผู้อื่น ยิ่งถ้าหากไม่มีทักษะการควบคุมอารมณ์ที่ดีก็จะยิ่งไม่มีใครอยากร่วมงานด้วย และต้องกลายเป็นบุคคลที่โดดเดี่ยวในองค์กรที่ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพไปวันๆในที่สุด

ในอีกทางหนึ่ง ในขณะที่เราอาจจะเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่ได้เรียนเก่งหรือเชี่ยวชาญทักษะด้าน Hard Skills มากนัก แต่เป็นคนที่ได้รับการพัฒนาทักษะด้าน Soft Skills ติดตัวมาด้วย

เช่น เป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำงานเป็นทีมและสื่อสารได้ดี มีความสามารถในการยับยั้งช่างใจและควบคุมอารมณ์ตนเองได้อย่างเหมาะสม

ผลที่ตามมาก็คือ เราจะกลายเป็นคนที่ทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานได้ดีกว่า สามารถพัฒนาทักษะของตนเองไปพร้อมๆกับทีม ได้รับความเอ็นดูและการสนับสนุนจากผู้ใหญ่มากกว่า และมีโอกาสเติบโตเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานมากกว่า


ความแตกต่างระหว่าง soft skill กับ hard skill

Hard Skills กับ Soft Skills ต่างกันอย่างไร

Hard Skills เป็นทักษะทางวิชาชีพที่ใช้เฉพาะกับงานด้านนั้นๆ เช่น นักบัญชีต้องมีทักษะความรู้ในด้านการทำบัญชี ในขณะที่ทักษะการทำบัญชีอาจไม่ใช่ความรู้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานในแผนกอื่นๆ

Hard Skills เป็นทักษะที่สามารถวัดผลได้ง่าย เช่น วัดเป็นเกรด ผลการปฏิบัติงาน ระดับความรู้ความสามารถในวิชาชีพนั้นๆ ความสามารถในการใช้เครื่องมือต่างๆ

นายจ้างสามารถดู Hard Skills ของผู้สมัครงานได้จากผลการเรียน ใบปริญญาบัตร ใบรับรองวุฒิบัตร

การวัดผล : Hard Skills เป็นทักษะที่วัดผลได้ง่าย สามารถระบุออกมาเป็นคะแนนหรือระดับของความรู้ความสามารถ

เนื่องจากเป็นทักษะที่มองเห็นได้ค่อนข้างชัดเจน วัดผลเป็นตัวเลขได้ง่าย โดยปกติจึงมักจะเป็นการเก็บข้อมูลทางสถิติอย่างเจาะจงในงานใดงานหนึ่งโดยเฉพาะ ที่ผู้ถูกฝึกทักษะจะถูกฝึกสอนซ้ำๆเพื่อให้เกิดทักษะความเชี่ยวชาญในระบบงานนั้นๆ

การวัดผลนี้สามารถทำได้ด้วยการสอบประเมินในขณะที่ดำรงอยู่ในสถาบันการศึกษาหรือจะเป็นในช่วงของการฝึกงานเพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน

ซึ่งสามารถประเมินผ่านใบ resume, วุฒิบัตร, ใบรับรองการศึกษา, ใบรับรองระดับความสามารถทางวิชาชีพ และจากการสัมภาษณ์เกี่ยวกับหน้าที่รับผิดชอบในตำแหน่งงานที่สมัคร ไปจนถึงการประเมินทักษะความสามารถในขณะที่ได้เข้าไปทำงานนั้นๆแล้ว

 

Soft Skills เป็นทักษะที่เป็นคุณสมบัติภายในที่ดีของมนุษย์เป็นหลัก ทำให้มีความสามารถที่จะทำงานร่วมกับคนอื่นในสังคมได้อย่างราบรื่น

และเมื่อมีทักษะเหล่านี้แล้ว บุคคลนั้นๆจะสามารถนำทักษะที่มีไปประยุกต์ใช้ได้อย่างกว้างขวางในหลากหลายสาขาอาชีพ

เช่น การมีทักษะในการติดต่อสื่อสารที่ดี ก็ไม่ได้จำกัดประโยชน์เฉพาะงานใดงานหนึ่งเท่านั้น และเมื่อเรามีทักษะด้าน Soft Skills แล้วเราก็จะสามารถเพิ่มโอกาสความสำเร็จทั้งในงานปัจจุบันและรวมถึงงานอื่นๆในอนาคตได้อีกด้วย

การวัดผล : Soft Skills เป็นทักษะที่วัดผลได้ยากกว่า มีความเป็นนามธรรมสูงเพราะเป็นทักษะที่เกิดจากคุณสมบัติภายใน ทักษะด้าน Soft Skills หลายอย่างจึงไม่สามารถออกใบรับรองหรือใบวัดผลความรู้ออกมาได้ชัดเจนเป็นตัวเลขแบบ KPI

ในหลายๆองค์กรจึงสร้างตัวชี้วัดด้วยการวัดผลเชิงพฤติกรรมหรือใช้การเก็บข้อมูลแบบ 360 องศาเข้ามาช่วยอีกแรง

โดยสามารถประเมินผ่านการสัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในการทำงาน พฤติกรรมส่วนบุคคล ทัศนคติ บุคลิกลักษณะ และพิจารณาถึงประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมารวมไปถึงการสื่อสารของผู้ถูกสัมภาษณ์ตลอดช่วงเวลาในการสัมภาษณ์นั้นๆ

 

โดยสรุปในภาพรวม Hard skills มักจะเป็นทักษะความสามารถในการใช้เทคนิคต่างๆ ในการทำงาน ที่สามารถสอนและวัดผลความรู้หรือความสามารถนั้นออกมาได้เป็นตัวเลขเชิงสถิติได้ชัดเจน

ในขณะที่ Soft Skills นั้นเป็นทักษะที่วัดผลเป็นตัวเลขได้ยากกว่า มีความเป็นนามธรรม เป็นคุณสมบัติภายใน ไม่มีใบรับรองหรือใบวัดผลความรู้หรือเกรดที่ระบุออกมาได้ชัดเจน

แต่เมื่อพัฒนาจนกลายเป็นทักษะได้แล้ว จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างกว้างขวางโดยไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่งานใดงานหนึ่งเท่านั้น เช่น ทักษะการติดต่อสื่อสาร, ความสามารถในการปรับตัว, ภาวะผู้นำ, การแก้ปัญหาและตัดสินใจ, ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ เป็นต้น

ข้อเปรียบเทียบ

Hard Skills

Soft Skills

ความหมาย
ทักษะความรู้ทางวิชาชีพเพื่อใช้ปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆ
ทักษะส่วนบุคคลที่ทำให้การทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ผลดีและประสบความสำเร็จ
ทักษะได้มาจาก
ระบบการศึกษาภาคบังคับ เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา
สะสมจากประสบการณ์การอยู่ร่วมในสังคมกับผู้อื่น
การวัดผล
วัดผลได้
วัดผลไม่ได้ ไม่มีใบรับรอง ใบวัดผลความรู้หรือเกรดที่ระบุออกมาได้ชัดเจน
เอกสารที่พิสูจน์คุณสมบัติ
ใบรับรองการศึกษา ใบปริญญาบัตร ใบรับรองระดับความสามารถทางวิชาชีพ
ไม่มีใบรับรองเนื่องจากเป็นทักษะส่วนบุคคลที่วัดผลได้ยาก
การใช้งาน
ใช้เฉพาะเจาะจงกับตำแหน่งงานนั้นๆ
สามารถประยุกต์ใช้ได้กว้างขวาง ไม่ได้จำกัดเฉพาะตำแหน่งงานใดงานหนึ่ง
soft skill คือทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21

ในช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา สถาบันการศึกษาต่างๆ เร่งผลิตบัณฑิตป้อนสู่ตลาดวิชาชีพ คล้ายการผลิตสินค้าในระบบอุตสาหกรรม

โดยมุ่งเน้นการสร้างทักษะความรู้ทางวิชาชีพหรือ Hard Skills เป็นอย่างมาก เพื่อป้อนคนเข้าสู่ตลาดแรงงานตามออเดอร์ โดยขาดการให้ความสำคัญในการให้ความรู้และพัฒนาทักษะด้าน Soft Skills ให้แก่เยาวชนมากเพียงพอ

ส่งผลให้ประเทศเราได้คนที่จบมาจากสถาบันการศึกษาที่เก่งแต่ทักษะด้านการงานออกมาเป็นจำนวนมาก แต่ขาดทักษะด้านการบริการอารมณ์และความสัมพันธ์ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อศักยภาพการทำงานของบุคลากรองค์กรและทำให้องค์กรต้องเสียเวลาและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายที่ต้องตามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายๆ ด้าน

 

การสรรหาและคัดเลือกบุคลากรของบริษัทหลายแห่งในยุคปัจจุบัน จึงใช้วิธีดูว่าบัณฑิตจบใหม่มีทักษะด้าน Soft Skills หรือไม่

โดยสังเกตจากพฤติกรรมและกิจกรรมในระหว่างการเรียนในสถาบันการศึกษา พิจารณาประกอบกับประสบการณ์การใช้ชีวิตในการเรียนและการทำงานร่วมกับผู้อื่น และการสัมภาษณ์พูดคุยเพื่อเช็คเรื่องทัศนคติในชีวิตและการทำงาน

โดยมีพื้นฐานมาจากความเชื่อที่ว่า นักศึกษาที่เคยมีประสบการณ์ในการร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ระหว่างการเรียนในสถาบันการศึกษา เช่น การทำงานกลุ่ม การเข้าร่วมกิจกรรมของชมรม หรือการทำงานจิตอาสาต่างๆ มักจะมีทักษะด้านมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีทักษะการวางแผนที่ดี

สามารถลำดับความสำคัญได้ดีว่าควรทำงานอะไรก่อนอะไรหลัง สามารถบริหารจัดการคนได้เก่ง มีทักษะในการนำเสนองาน และมีซอฟสกิลมากกว่านักศึกษาที่มุ่งแต่เรียนเก่งสอบได้คะแนนสูงมากแต่แทบไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมหรือทำงานร่วมกับคนอื่นเลย

 

ซึ่งทั่วโลกต่างยอมรับกันว่า คนที่มีไอคิวสูงเพียงอย่างเดียว ไม่อาจประสบความสำเร็จในการทำงานหรือการดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนหากขาดการพัฒนา Soft Skills อย่างต่อเนื่อง

เพราะฉะนั้นคนเก่งยุคใหม่ของจริงจึงต้องมีทักษะทั้ง 2 ด้าน คือ เก่งทั้งงานและเก่งทั้งคน ซึ่งนับเป็นสุดยอดบุคลากรที่พึงปรารถนาของทุกองค์กร

นักวิชาการบางท่านถึงกับเรียกทักษะด้านนี้ว่า เป็นศักยภาพในการบริหารจัดการคน (People Management Competency)

ซึ่งคนที่มีทักษะด้านนี้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารหรือหัวหน้างานเสมอไป พนักงานในระดับต่างๆ ก็ควรจะต้องมี Soft Skills เช่นกัน เพราะเมื่อทุกคนร่วมกันทำงานได้ดีอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่องค์กรมุ่งหวังและเกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ดีได้

 

หากองค์กรใดมีบุคลากรที่มีทักษะแบบ Soft Skills มากๆ พนักงานเหล่านั้นจะช่วยสนับสนุนให้องค์กรนั้นๆ เป็นองค์กรที่ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน

และแม้ว่าจะมีจำนวนพนักงานที่น้อยแต่ผลงานที่ออกมาก็จะมีประสิทธิภาพสูง เพราะบุคลากรที่มีซอฟสกิลจะช่วยลดปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน เกิดบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ทำให้มีอัตราการลาออกลดลง

เกิดการสื่อสารที่ดีและองค์กรไม่ต้องสูญเสียเวลา สูญเสียเงิน ในการคัดสรรและพัฒนาบุคลากรใหม่อยู่เรื่อยๆ

จึงกล่าวได้ว่า Hard Skills เป็นทักษะทางวิชาชีพที่จำเป็นต่อการทำงานในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆ แต่ Soft Skills เป็นทักษะที่บ่งบอกว่าคุณจะสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นในระยะยาวได้ดีแค่ไหน

ดังนั้นคนทำงานจึงต้องมีทักษะทั้ง Hard Skills กับ Soft Skills ร่วมกันจึงจะช่วยส่งเสริมให้หน้าที่การงานเจริญรุ่งเรือง ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้

Hard Skills ทำให้คุณได้รับการพิจารณาจากองค์กรในการเรียกสัมภาษณ์ แต่ Soft Skills จะทำให้คุณได้งานและรักษาตำแหน่งงานของคุณไว้ได้

6 เหตุผลสำคัญ ทำไมต้องมี Soft Skills?

ทำไมทักษะ soft skills ถึงสำคัญ

1)คนที่มี Hard Skills แต่ขาด Soft Skills ยากที่จะประสบความสำเร็จในการทำงาน

หากเราเป็นคนหนึ่งที่อยากจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เราจะพบว่างานที่เราทำโดยส่วนใหญ่ในปัจจุบันนั้น การมีความชำนาญแค่ทักษะทางวิชาชีพอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว

ทุกอาชีพจำเป็นที่จะต้องมีทักษะ Soft skill เข้ามาเป็นส่วนสำคัญเพื่อให้การทำงานประสบความสำเร็จ

เช่น พนักงานขายที่มีความรู้ความชำนาญด้านการขายสินค้าและการตลาด แต่ถ้าขาดความสามารถในการเข้าใจถึงสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ พนักงานคนนั้นก็คงไม่สามารถที่จะสื่อสารเพื่อปิดดีลหรือรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาวไว้ได้

หรือยกตัวอย่างผู้ที่ทำงานอยู่ในตำแหน่งผู้บริหาร จะเก่งหรือเชี่ยวชาญเฉพาะงานของตัวเอง หรือรู้จักการบริหารทีมเพียงแค่การสั่งงานหรือการควบคุมงานอย่างเดียวก็คงไม่ได้

เพราะเมื่อยุคสมัยผ่านไป ด็กรุ่นใหม่ก็จะมีเพิ่มขึ้นในองค์กรมากขึ้นเรื่อยๆ หากเก่งแต่งานแต่ไม่เก่งคนก็คงจะพัฒนาทีมต่อไปได้ยาก

ดังนั้นผู้บริหารในยุคใหม่จึงจำเป็นที่จะต้องมีทักษะภาวะผู้นำ ทักษะการฟังและการสื่อสารที่ดี, มีความรับผิดชอบ, กล้าตัดสินใจ, มีความสามารถในการสร้างแรงจูงใจให้แก่ทีมที่ทำงานร่วมกันและรู้จักใช้คนให้เหมาะสมกับงานที่ทำ เป็นต้น

2)Soft Skills จะช่วยเพิ่มมูลค่าของคุณในตำแหน่งงานที่คุณทำอยู่

งานในอนาคตเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ด้วยเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว มีการใช้ระบบ AI , Robot และ Application ต่างๆเข้ามาช่วยในการดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น

ส่งผลให้ทักษะ Hard Skills ล้าสมัยอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือ องค์กรต่างๆได้มีการเริ่มปรับโครงสร้างของการว่าจ้างพนักงาน โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมเพิ่มขึ้นและลดรายจ่ายในส่วนของการจ้างพนักงานลง

ในขณะเดียวกัน องค์กรต่างๆมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับบุคลากรที่มีคุณภาพในการทำงานร่วมกับผู้อื่นและสรรหาพนักงานที่มี Soft Skills ที่ดีเข้ามาในองค์กรมากยิ่งขึ้น

เช่น คนที่มีทัศนคติที่ดี มีความพร้อมในการปรับตัว มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ มีความสามารถในการติดต่อสื่อสารและทำงานประสานร่วมกับผู้อื่นหรือแผนกอื่นๆได้

เพราะองค์กรชั้นนำต่างๆได้ตระหนักดีว่า Soft Skill คือคุณสมบัติที่สำคัญที่พนักงานต้องมี เนื่องจากมีผลต่อความสามารถของการผนึกกำลังเป็นทีมในการแข่งขันทางธุรกิจขององค์กรในระยะยาว

ยกตัวอย่างเช่น บริษัทใหญ่ๆอย่าง Google จะมองหาและคัดเลือกคนที่มีความหลงใหลและรักในการเรียนรู้พัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา และยินดีอ้าแขนรับคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการคิดค้นดัดแปลงไอเดียใหม่ๆออกมาให้เป็นจริง

หรือตัวอย่างในการคัดสรรพนักงานใหม่ของบริษัท Amazon ก็ระบุไว้อย่างชัดเจนเลยว่า ต้องการพนักงานที่มีความสามารถในการเรียนรู้และมีทักษะในการแก้ปัญหาเก่ง มาร่วมงานในองค์กร

3)หุ่นยนต์ยังไม่สามารถทดแทนงานที่ต้องใช้ Soft Skills ของมนุษย์ได้

ขณะที่โลกมีความก้าวหน้าทางปัญญาประดิษฐ์หรือ AI (artificial intelligence) หุ่นยนต์และเครื่องจักรได้เข้ามามีบทบาทในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานต่างๆ

ทั้งในระบบการผลิตแบบอุตสาหกรรม ที่มีการใช้หุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมไว้มาทำงานแทนที่มนุษย์ เช่น งานประกอบรถยนต์ การจัดการคลังสินค้า หรือแม้กระทั่งการประกอบอาหาร ฯลฯ

ซึ่งปัญญาประดิษฐ์จะมีความสามารถในการทำงานด้วยทักษะซ้ำๆที่ต้องการความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และจำนวนมากได้

แต่ยังมีงานอีกจำนวนมากที่ AI ยังไม่สามารถทำหน้าที่แทนมนุษย์ได้ เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในปัจจุบันยังไม่สามารถที่จะพัฒนาในส่วนของอารมณ์ความรู้สึกได้แบบมนุษย์

งานที่ต้องอาศัยทักษะแบบ Soft skills ที่มนุษย์เท่านั้นที่มี เช่น การรับฟังผู้อื่น, การเข้าใจถึงความรู้สึกและความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า, ความคิดสร้างสรรค์, การแก้ปัญหาและตัดสินใจอย่างมีมนุษย์ธรรม, การคิดวิเคราะห์แก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อนในองค์กร เป็นต้น

ดังนั้นคนที่มี Soft Skill จึงกลายเป็นที่ต้องการมากขึ้นในตลาดแรงงาน เพราะเป็นผู้ที่มีทักษะสำคัญที่หุ่นยนต์ไม่สามารถเข้ามาแทนที่ได้

"เราไม่สามารถสอนลูกหลานเราให้มีความสามารถแข่งกับหุ่นยนต์ได้จึงควรสอนในสิ่งที่เป็นเอกลัษณ์ ซึ่งหุ่นยนต์ไม่สามารถทำได้ดีเท่ากับมนุษย์ สิ่งนั้นคือทักษะ Soft Skills"

Jack ma ผู้ก่อตั้ง Alibaba

ในอนาคตอันใกล้ หากตัวเราและองค์กรไม่เรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนแนวทางในการพัฒนาขีดความสามารถด้าน Soft Skills ของมนุษย์

ในขณะที่เทคโนโลยีด้านต่างๆ เช่น หุ่นยนต์ และ ปัญญาประดิษฐ์ ได้พัฒนาขีดความสามารถในการทำงานด้าน Hard Skills ได้ดีกว่าเรามากขึ้นเรื่อยๆ แบบก้าวกระโดด

เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เทคโนโลยีล้ำหน้ามนุษย์ แต่เรากลับไม่มีทักษะความสามารถด้าน Soft Skills ติดตัว คุณค่าและความสำคัญเราในตำแหน่งงานนั้นๆ ก็จะหมดไปในที่สุด

4)วิถีการทำงานสมัยใหม่เน้นการติดต่อสื่อสารที่ดีในการทำงานร่วมกัน

เราจะพบว่าวิถีการทำงานสมัยใหม่ จะเป็นรูปแบบที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายในองค์กรสามารถประสานงานและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งมีการเปิดกว้างให้แสดงความคิดเห็นที่หลากหลายได้อย่างเท่าเทียมกัน

ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นไปได้อย่างราบรื่นก็ต่อเมื่อบุคลากรในองค์กรจะต้องมีทักษะต่างๆ ที่ใช้เพื่อปฏิสัมพันธ์กันกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี

เช่น การฟัง (listening) , การร่วมมือกับผู้อื่น (collaboration) , การนำเสนอแนวคิด (presenting idea) , การติดต่อสื่อสารและการทำงานเป็นทีม (Communication & Teamwork) , การสื่อสารความหมายด้วยความใส่ใจและตรงประเด็น (Truth with Care)

ดังนั้นบุคลากรในองค์กรใดใดก็ตามที่สามารถพัฒนาตนเองจนมีทักษะแบบ Soft Skills ได้ ก็จะกลายเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารทำงานร่วมกันในองค์กร และจะมีความสำคัญต่อความสำเร็จตามเป้าหมายขององค์กรในโลกอนาคต

5)ลูกค้ามีความคาดหวังต่อการบริการที่ดีขึ้น

ทุกวันนี้ลูกค้ามีทางเลือกในการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ ผ่านช่องทางการติดต่อที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา

ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่ถูกพัฒนามากขึ้น การตลาดสมัยใหม่จึงถูกนำมาใช้ในช่องทางต่างๆ ผ่านอินเตอร์เน็ต สมาร์ทโฟน และแอพพลิเคชั่นเป็นจำนวนมาก

อีกทั้งลูกค้ายังมีทางเลือกที่เพิ่มมากขึ้นจากการแข่งขันในการทำตลาดของคู่แข่งในธุรกิจเดียวกัน ทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย ได้รับข้อเสนอที่ดีกว่าเดิม และมีความคาดหวังต่อสินค้าและบริการที่โดนใจมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น หากพนักงานหรือบุคลากรในองค์กรมีทักษะและความสามารถด้าน Soft Skills เช่น การรับฟังความรู้สึกและความต้องการของลูกค้า, การสื่อสารและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเหมาะสม,

การประสานงานร่วมกันเพื่อส่งมอบสินค้าและบริการได้อย่างรวดเร็ว ฯลฯ เพื่อให้ลูกค้ามีความรู้สึกพึงพอใจและตัดสินใจเลือกใช้สินค้าหรือบริการของเรา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเรื่องสำคัญที่เป็นหัวใจของการให้บริการแก่ลูกค้า (Customer Service) ทั้งสิ้น

6)บริษัทหรือองค์กรต่างๆ ต้องการคนทำงานที่มีทักษะทั้ง Hard Skills และ Soft Skills

องค์กรชั้นนำต่างๆ ในโลกนี้รู้ดีว่า ผู้ที่จะสามารถนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้ จะต้องเป็นบุคคลที่มีความสามารถในการทำงานร่วมกับคนอื่น (Collaboration) ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกันภายในทีมของตัวเองหรือแม้กระทั่งการประสานงานและส่งมอบการทำงานข้ามสายงานของตน (Cross-Functional) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้นบุคลากรที่มีทักษะทั้งด้าน Hard Skills และ Soft Skills จะมีโอกาสเติบโตขึ้นไปเป็นหัวหน้าหรือผู้บริหารที่เก่งทั้งงานและเก่งทั้งคนได้เป็นอย่างดี และจะเป็นบุคลากรที่องค์กรต่างๆ ต้องการตัวมาร่วมงานด้วยมากที่สุด

ซึ่งผู้นำองค์กรคนใดที่มีคุณสมบัติรอบด้านทั้ง Hard Skills และ Soft Skills จะสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีประสิทธิภาพได้ตามเป้าหมาย

มีความสามารถในการขับเคลื่อนทีมทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล ช่วยลดปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน สื่อสารได้ใจลูกน้อง

ซึ่งปัจจัยทั้งหลายเหล่านี้จะช่วยทำให้บุคลากรในองค์กรมีอัตราการลาออกที่ลดลง องค์กรและฝ่ายบุคคลจึงไม่ต้องสูญเสียเวลา สูญเสียเงิน ในการคัดสรรและพัฒนาบุคลากรใหม่อยู่เรื่อยๆ

จากรายงานของ McKinsey ระบุว่าระหว่างปี 1980-2012 ทักษะ Soft Skill จะมีความต้องการมากขึ้นในตลาดแรงงาน และคาดการณ์ว่าในปี 2030 แนวโน้มความต้องการ Soft Skills ของตลาดแรงงานอเมริกาจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าในอดีตถึง 26%


รายงานจากเว็บไซต์ Deloitte.com คาดการณ์ว่าในปี 2030 ตลาดแรงงานในออสเตรเลียจะมีงานที่ต้องพึ่งพาทักษะแบบ Soft Skills คิดเป็นสัดส่วนราว 60% และมีแนวโน้มจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันนี้ทั่วโลก
ICON-EQ

ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence)

การทำงานในองค์กรหรือแม้แต่คนที่ทำงานอิสระเองนั้น ต้องมีการติดต่อประสานงานกับผู้อื่นทั้งสิ้น ดังนั้น ความฉลาดทางอารมณ์หรือ EQ จึงเป็นทักษะที่สำคัญอย่างมาก

เพราะคนที่มีความฉลาดทางอารมณ์ จะมีความสามารถในการสังเกต ทำความเข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตัวเองได้อย่างดี

รวมถึงสังเกตและทำความเข้าใจอารมณ์ของคนอื่นด้วย ทักษะนี้จะช่วยให้คนทำงานสามารถควบคุมอารมณ์และแสดงออกได้อย่างเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์

ICON-Communication

ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill)

การทำงานในธุรกิจไหนหรือองค์กรใดก็ตาม ล้วนต้องมีการติดต่อสื่อสารกัน ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนองาน การเสนอความคิดเห็นทั้งกับหัวหน้า เพื่อนร่วมงานหรือลูกน้อง

ซึ่งการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้เกิดความร่วมมือและการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการทำงาน ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น

พัฒนาทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยหลักสูตร Communication Skill

หลักสูตรการสื่อสารที่เหมาะกับทีมที่ต้องการประสิทธิภาพการสื่อสารและการร่วมมืออย่างยั่งยืน
ดูเพิ่ม
ICON-Adaptability

ความสามารถในการปรับตัว (Adaptability)

โลกทุกวันนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือในการทำงาน หรือรูปแบบการติดต่อสื่อสาร

ความสามารถในการปรับตัวและมีความยืดหยุ่นทางความคิดจึงสำคัญมาก โดยคนที่มีทักษะในการปรับตัวและเปลี่ยนมุมมองความคิด จะสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น

และยังสามารถพลิกแพลงหาวิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์หรือเหตุการณ์ต่างๆได้เป็นอย่างดี

ICON-Teamwork-and-Collaboration

การทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration)

เพราะการทำงานทุกวันนี้เราต้องทำงานร่วมกับคนที่หลากหลาย ทั้งในแง่ของสายงาน ช่วงวัยที่ต่างกัน เช่น gen X, gen y, gen z หรือรูปแบบการทำงานที่ไม่เหมือนกัน

ดังนั้น องค์กรต่างๆ จึงต้องการคนทำงานที่มีทักษะในการทำงานร่วมกับคนอื่น เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกันภายในทีมตัวเองและการทำงานร่วมกับคนอื่นๆ

รวมไปถึงทักษะในการบริหารคนที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในคนทำงานระดับหัวหน้าอีกต่อไป แต่จำเป็นสำหรับคนทำงานในทุกๆ ระดับ

พัฒนาทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่นด้วยหลักสูตร Teamwork and Collaboration

สร้างความร่วมแรงร่วมใจ หลอมรวมความเป็นทีม
ดูเพิ่ม
ICON-Analytical-thinking-and-Decision-Making

การคิดเชิงวิเคราะห์และเลือกตัดสินใจ (Analytical Thinking and Decision-making)

ยุคแห่งข้อมูลมหาศาลที่รอให้เข้าไปขุดค้นออกมา หรือ Big Data กำลังเป็นที่พูดถึงกันมากขึ้นเรื่อยๆ ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์จะช่วยให้เราสามารถย่อยข้อมูลจำนวนมากได้

โดยต้องรู้จักตั้งคำถามเชิงวิเคราะห์ ระบุปัญหา ประมวลข้อมูล ตีความ ประเมินทางเลือกและตัดสินใจ เพื่อให้องค์กรได้ประโยชน์สูงสุด และเกิดความผิดพลาดน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้หรือไม่มีความผิดพลาดเลย

ICON-Creativity

ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)

เป็นทักษะที่สร้างแนวคิดใหม่ๆ พัฒนาวิธีการใหม่ๆที่แตกต่างจากเดิม ช่วยให้การทำงานดีขึ้นหรือแก้ปัญหาได้ดีขึ้น

ถือเป็นทักษะที่มีคุณค่า เพราะนำมาใช้กับงาน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่จะช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้า

ซึ่งองค์กรต่างๆ อยากได้คนที่มีทักษะนี้เข้าไปมีส่วนร่วมในการหยิบเอาเทคโนโลยี วิธีการทำงาน หรือแนวคิดมาใช้สร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ให้องค์กรด้วย

ฝึกทักษะความคิดสร้างสรรค์ด้วยหลักสูตร Mind Map

ช่วยให้เกิดจินตนาการ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ เห็นภาพรวม นำไปใช้กับการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดูเพิ่ม
ICON-Time-management

การบริหารเวลา (Time Management)​

ทักษะการบริหารเวลาโดยเฉพาะยุคปัจจุบันที่คนต้องทำงานเร่งรีบแข่งกับเวลา แต่ละวันมีเวลาจำกัดแค่ 24 ชั่วโมง จะใช้เวลาอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ดังนั้นจึงควรมีการวางแผน ควบคุม กำหนดระยะเวลา และจัดลำดับความสำคัญของงานให้ชัดเจน เพื่อทำให้งานสําเร็จตามเป้าหมายในเวลาที่กำหนด

ICON-Complex-Problem-Solving

การแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อน (Complex Problem Solving)

เนื่องจากทุกวันนี้องค์กรต่างๆ ถูกผลกระทบจากเทคโนโลยี ตลอดจนความหลากหลายของธุรกิจ ทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นมีความแตกต่างไปจากอดีตและมีความซับซ้อนมากขึ้น

ทำให้ทักษะการแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อนมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยทักษะนี้ต้องอาศัยหลายทักษะย่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การระบุปัญหาและความต้องการของลูกค้า

มีความเข้าใจในการเชื่อมโยง และการอ่านบริบทของธุรกิจ ตลอดจนต้องสร้างสรรค์วิธีแก้ไขปัญหาในรูปแบบต่างๆ ตามแต่ละสถานการณ์แล้วตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม

การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-Long Learning)

ในปัจจุบันการพัฒนาที่ก้าวกระโดดของเทคโนโลยีทำให้เกิดนวัตกรรม เกิดอาชีพใหม่ๆ ตลอดจนวิธีการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป

ดังนั้น คนทำงานจึงต้องมีการเตรียมพร้อมในการเรียนรู้อยู่เสมอ และต้องทำตัวเองให้เป็นนักเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้ตลอดชีวิตจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สรุป

Soft Skills คือ ทักษะแห่งอนาคตที่จำเป็นสำหรับคนทำงาน ที่จะต้องให้ความสนใจ เรียนรู้ และหมั่นฝึกฝนให้ชำนาญมากขึ้นในหลายๆด้าน

เพราะในอนาคตบุคลากรที่มีความสามารถในการทำงานให้ประสบความสำเร็จจะไม่ใช่มีแค่เพียงทักษะทางวิชาชีพหรือ Hard Skills เท่านั้น แต่ยังจำเป็นที่จะต้องมีทักษะด้าน Soft Skills อีกด้วย

ทั้งนี้การจะส่งเสริมทักษะให้แก่บุคคลที่เข้ามาทำงานได้มี Soft Skills เพื่อให้มีความสามารถในการทำความเข้าใจกับตัวเอง สามารถการบริหารจัดการอารมณ์ และปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้เป็นอย่างดีนั้น จะต้องใช้การพัฒนาทักษะแบบระยะยาว

เพราะ Soft Skills เป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดจากการแค่ฟังบรรยายหรืออ่านหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

เนื่องจากต้องลงทุนให้เวลากับการเรียนรู้ และลงมือทำนอกห้องเรียนในชีวิตจริงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ในการปรับตัวในการทำงานร่วมกับผู้อื่นและการอยู่ร่วมในสังคมที่เกี่ยวเนื่องกับอาชีพต่างๆ

หากท่านมองหาวิธีพัฒนา Soft Skills ทางบริษัท PALAGRIT เรามีหลักสูตร Soft Skills เชิงปฏิบัติการที่น่าสนใจ ที่จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการท่านได้ในทุกระดับ

ตั้งแต่ระดับผู้บริหารไปจนถึงระดับปฏิบัติการ หรือแม้กระทั่งเจ้าของธุรกิจได้เป็นอย่างดี สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

 ดูหลักสูตร SOFT SKILLS

Reference : 
Wikipedia

ผลงานอบรมตามหมวด

  • Communication Skill |Deep Listening |Facilitator |Growth Mindset |Leadership Skill |Mind Map |
  • ประชาสัมพันธ์ : หลักสูตร Soft Skills สำหรับคนทั่วไป (Public Training)

    Leave a Reply

    Your email address will not be published.

    บทความอื่นๆ

    Add-LinePalagrit logo with text SVG

    บริษัท พละกริท คอนซัลแทนท์
    อีเมล contact@palagrit.com
    โทร 082-245-9624
    โทร 061-569-3255

    เกี่ยวกับเรา : พละกริท คอนซัลแทนท์
    เราคือผู้เชี่ยวชาญการฝึกอบรมด้าน Soft Skills หลักสูตรอบรมทันสมัย เนื้อหาเข้มข้น เรียนรู้อย่างเป็นระบบและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง รับฝึกอบรมภายในองค์กร (In-House training) ทั้งระดับผู้บริหาร ผู้จัดการ หัวหน้างาน พนักงานหรือบุคคลทั่วไป

    บริการออกแบบหลักสูตรอบรมตามความต้องการเฉพาะด้านของลูกค้า (Customized Course) โดยมุ่งเน้นให้สามารถนำไปใช้งานได้จริง และสามารถส่งมอบบริการได้อย่างดีที่สุด
    อ่านเพิ่ม

    หลักสูตร Soft Skill 2022

    หลักสูตร Leadershipหลักสูตร Teamwork and Collaborationหลักสูตร Mind Map for Systematic Thinkingหลักสูตร Growth Mindsetหลักสูตร Communication Skillหลักสูตร Mindfulness at Workหลักสูตร Complex Problem SolvingCustomized Course บริการออกแบบหลักสูตรตามความต้องการของลูกค้า
    Copyright©2022 Palagrit Consultant Co.,Ltd. All rights reserved.
    starchevron-downchevron-leftchevron-right